Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ | ป้ายกำกับ: humry
ฟิคชั่นนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่รักความสุภาพ
ฟิคชั่นนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เกลียดอะไรที่ลามก อุบาทว์ จกเปรต
ฟิคชั่นนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่รักแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่เกลียดการถูกการเอาเรื่องมาทำซะทุเรศ
ฟิคชั่นนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่รัก D2B ดัง และ JIWA
ฟิคชั่นนี้เป็นฟิคชั่นใต้ดิน
ทั้งหยาบ
ทั้งลามก
และเสียดสี
แต่ถ้าอยากอ่านก็เชิญอ่าน พ่อแม่ด่าหนูไม่รับผิดชอบนะคะ
Humry Potter and the sucker stone ตอนที่ 1
“กำเนิดบักหำรี่”
นายและนางเด๋อสาลี่เจ้าของบ้านสุดหรูแห่งซอยผีเวร ลาดกระบัง พวกเขาเป็นครอบครัวที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดแล้วในย่านลาดกระบัง นอกจากนางเพ็ดทูเลีย เด๋อสาลี่คุณนายของบ้านที่เป็นทั้งเจ้ามือหวย และ เป็นเจ้าแม่มือแชร์แล้ว นายเวอหนอนผู้เป็นผัวอีแก่ร่างแห้งนี่ยังมีกิจการขายยาบ้า ซีดีเถื่อน คาเฟ่ อาบ อบ นวด วินรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ และ เป็นราชาแห่งของเทียมสำหรับสุภาพสตรีอีกด้วย
ด้วยความที่ผู้คนยำเกรง จึงทำให้ไม่มีใครกล้าแหยมครอบครัวนี้เสียเท่าไหร่ มีผู้คนมากมายกราบไหว้พวกเขาแม้แต่ สส. ในเขตหรือตำรวจยศโตๆยังยกมือไหว้ สาวน้อยสาวใหญ่มากมายก็ยังสยบแทบเท้านายเวอหนอนจ้าวแห่งของเทียมสตรีดุจราชา แต่ถึงกระนั้น ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาก็ทำให้พวกเขาเกิดความลำบากใจ พวกเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อิมเมจของตัวเองเสีย และทำทุกอย่างให้ตัวเองดูดีตลอดเวลาในสายตาของคนอื่น
พวกเขามีลูกชายอยู่คนนึง ชื่อดัดขี้ ดัดขี้เป็นเด็กหนึ่งขวบที่มีรูปร่างเหมือนถังเก็บขี้ทรงกลมขนาดยักษ์ เขามีพรสวรรค์ที่ประทานมาจากนรก คือ สามารถแดกทุกสิ่งทุกอย่างได้ดั่งรถดูดส้วม ดัดขี้เป็นลูกรักของครอบครัวเด๋อสาลี่ แต่ในทางกลับกันก็เป็นเด็กที่น่ากลัวยามหิว มีครั้งนึงขณะที่เวอหนอนกำลังนั่งถอนขนตูดตัวเองบนโซฟาอย่างเมามันส์ อยู่ๆดัดขี้ก็ตื่นขึ้น มันมองหาอาหาร และเมื่อลุกขึ้นมา สิ่งแรกที่มันเห็นคือเนินตูดสีขาวของพ่อตนเอง ด้วยความหิวจัดมันก็นึกว่าตูดพ่อตัวเองเป็นบิ๊กเปาเซเว่นอีเลฟเว่น มันก็เลยไล่แดกตูดพ่อตัวเองจนเป็นแผลเหวอะ ตอนนั้นก้นของเวอหนอนหายไปทั้งแถบ ทำให้หมอต้องเอาหนังหน้าของเวอหนอนมาแปะที่ก้นเพื่อรักษาแผลที่เหวอะนั่น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาครอบครัวเด๋อสาลี่เข็ดกับลูกชายตนเองมาก พวกเขาหาทางทุกทางเพื่อไม่ให้ลูกชายตัวเองแดกของในบ้านจนหมด ในที่สุดเวอหนอนจึงจ้างทางเทศบาลเอาตะกร้อเสริมใยเหล็กมาล็อคครอบปากเพื่อไม่ให้มันไปแดกใครหรืออะไรอีก
ถึงครอบครัวเด๋อสาลี่จะมีความยากลำบากบางเรื่อง แต่พวกเขาก็มีเงิน ชื่อเสียง และอำนาจตามที่พวกเขาต้องการ แต่ถึงยังงั้นก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความลับและเบื้องลึก ความจริงที่ครอบครัวเด๋อสาลี่ปิดบังมาตลอดคือพวกเขามีญาติอยู่พวกนึง ครอบครัวนั้นคือครอบครัวพอตเตอร์ ( potter = pot แปลว่าหม้อ potter แปลว่าไอ้หน้าหม้อ ) ด้วยข่าวที่ว่าครอบครัวพอตเตอร์นี้เป็นตระกูลหน้าม่อทั้งตระกูล ทำให้เวอหนอนและเพ็ดทูเนียคิดว่าถ้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างพวกมันชื่อพวกเขาอาจจะเสียก็ได้ ยิ่งรู้ว่าครอบครัวนี้มีลูกชายคนหนึ่งที่อายุเท่ากับดัดขี้ด้วย พวกเขาจึงมีความคิดอย่างแรงว่าต้องไม่ให้ไอ้เด็กนั่นมายุ่งกับลูกชายของตนเองเด็ดขาด เพราะพวกเขารู้อนาคตว่าถ้าเอาลูกของไอ้ครอบครัวหน้าม่อนั่นมาอยู่ด้วย ด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลว่าโตมาลูกชายกูต้องอุบาทว์แน่ ถ้าเจ้าเด็กชายพอตเตอร์มาอยู่ด้วยมีหวังดัดขี้โตไปมีหวังเขาต้องช่วยตัวเองไปตลอดชีวิตแน่
เช้าวันหนึ่ง วันนื้ท้องฟ้าดูไม่เหมือนกับทุกวัน นอกจากเสียงหนังเอ็กซ์ข้างบ้านที่ไอ้แว่นหื่นหน้าสิวที่ชื่อสมควรเปิดดังสนั่นอยู่เป็นประจำแล้ว ดูเหมือนว่าวันนี้อาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ประหลาดขึ้นแน่ เช้าวันนี้ ระหว่างที่เวอหนอนกำลังเดินฮัมเพลงเบาๆด้วยบทเพลง Hungarian dance NO.5 ของ Brahms ขณะเดินออกจากบ้าน ระหว่างที่เพ็ดทูเลียกำลังนั่งเล่นเนตแล้วแชทปลอมเป็นเด็กสาว ม. ปลายใจแตกอ่อยเหยื่อหลอกผู้ชายหนุ่มๆอยู่ใน MSN icq กับ pirch และในระหว่างที่คนอื่นๆในหมู่บ้านกำลังดำเนินชีวิตบัดซบของตนตามปกตินั้น ไม่มีใครสังเกตเลยว่าตอนนี้มีนกฮูกหน้าตาประหลาดๆเบลอๆตัวนึงกำลังนั่งโจ้เหล้ากับแดกอาหารที่ใช้เป็นแกล้มที่ขโมยมาจากศาลพระภูมิแถวนั้นอย่างสบายอารมณ์ มันนั่งโวยวายด้วยความเมาโดยไม่มีใครสนใจอยู่บนหลังคาสีแดงสดบนบ้านหลังหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น….
แปดโมงเช้า หลังจากที่นายเด๋อสาลี่นั่งชมเด็กมัธยมและเด็กมหาลัยหน้าบ้านยามเช้าเสร็จ เขาก็บึ่งรถออกจากบ้านเพื่อไปทำงานทันที บรืนนน แป๊นๆๆๆๆ เฟอรารี่คันงามของเวอหนอนออกโรงอวดความรวยให้ชาวบ้านประจักษ์อีกครา เวอหนอนภูมิใจกับความเท่ของรถคันนี้มาก ระหว่างทางที่จะขับไปหน้าปากซอยที่ใช้ระยะทางเพียง 100 เมตร แม่งก็เสียเวลาอวดรถของตนให้บรรดาแม่บ้านห่างสามีแถวนั้นจนหมดเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่แล้ว เฟอรารี่สีแดงคันงามก็ต้องเสียหลัก เมื่อจู่ๆระหว่างที่กำลังแอบวัดความกว้างของสะโพกของแม่ค้าขายลูกชิ้น สายตาเขาก็ไปสะดุดกับแย้ตัวนึงที่เกาะอยู่บนผนัง มัน…. มันกำลังเอาเชือกไล่มัด……. ไล่มัดเด็กนักเรียนชาย ม.ปลายคนนึงอยู่ ………. เฮ้ย…..เป็นไปได้ไงกัน
“แม่จ๋า พ่อจ๋า สาวๆจ๋าช่วยผมด้วย แง้ๆๆๆ อีแย้นี่มันไล่ข่มขืนผม มันจะงาบเจี้ยวหวานโผ๊มมม ฮืออออ อีแย้ร่านสวาท อีสัตว์เลื้อยคลานไร้สติ ฮือๆๆๆๆๆ ไม่น่าคิดโดดเรียนคาบแรกเลยกู แง้ๆๆๆๆ อีแย้บ้า อย่าทำตู๊ตตตตต กูไม่อยากมีเมียเป็นสัตว์สี่เท้า จ๊ากกกก”
เวอหนอนตาถลนแทบทะลัก นี่มันเกิดเชี่ยอะไรกัน เขาพยายามขยี้ลูกตาทั้งสอง พยายามดันไข่ดันทั้งสองให้แนบชิด แต่ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็ไม่เปลี่ยน เวอหนอนนั่งมองเด็กที่กำลังถูกแย้ไล่ข่มขืนจนอ้าปากค้างน้ำลายยืด เขานั่งตัวค้างจอดรถคาอยู่ตรงถนนปากซอยอยู่นาน จนกระทั่งมีเสียงแตรจากรถสิบล้อบีบไล่ด้านหลัง เวอหนอนก็กลับมาสู่ห้วงแห่งสติอีกครั้ง แย้กับเด็กคนนั้นหายไป อ้อ…อ้าวเฮ้ย………….อ้าว…….ที่แท้ก็ตาฝาดไปนั่นเอง เวอหนอนว่า ดูเหมือนว่าเช้านี้จะมีอะไรแปลกๆ แต่เขาคงจะรู้สึกไปเอง หลังจากที่สิบล้อที่รัวแตรและส่งเสียงด่าโคตรพ่อโคตรแม่เวอหนอนจนด่าครบทุกคนในครอบครัวแล้ว ชายอ้วนผู้มั่งคั่งก็ขับรถออกจากซอยของตนอย่างรวดเร็ว เขาหายใจหอบแฮ่กด้วยความตกใจเล็กน้อย เขาหวังว่าหลังจากเช้านี้แล้วคงจะไม่เกิดอะไรประหลาดๆกับเขาอีก….
แต่ความพิสดารในวันนี้ยังไม่จบ เมื่อเวอหนอนขับรถจนมาติดอยู่ตรงสี่แยก อสมท. ขณะที่กำลังคิดเรื่องสั่งออเดอร์ใหม่ที่เป็นดิลโด้ไร้สายพร้อมน้ำผึ้งสูตรพิเศษอยู่เพลินๆ จู่ๆ ในระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดงอยู่ เวอหนอนก็ชำเลืองมองคนที่เดินผ่านถนน ก็ตามปกติของเขาที่ชอบมองสาวออฟฟิศแถวนี้ที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่แล้ว แต่วันนี้เขารู้สึกแปลกๆ คนที่เดินข้ามถนนดูเหมือนว่าแต่ละคนดูเหมือนจะแต่งตัวไม่ค่อยปกติ บางคนก็แต่งเสื้อหนังยาวถึงเข่าที่มีลวดลายพิลึกทั้งๆที่อากาศโคตรร้อน บางคนเป็นตาแก่แต่ใส่เสื้อคลุมยาวผ่ากลางโดยที่ข้างในใส่แค่กางเกงในบ๊อกเซอร์ตัวเดียว บางคนเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยแต่ใส่ชุดอะไรไม่รู้ที่มีรูปรอยเท้าทั่วทั้งชุด เวอหนอนรู้สึกมึนจนแทบคลั่ง วันนี้มันเป็นวันอะไรของมัน แฟชั่นบ้านไหนของมันวะเนี่ย ชายอ้วนคิด พลางเคลื่อนรถออกเมื่อไฟสัญญาณเปลี่ยนเป็นสีเขียว จนเมื่อถึงบริษัท “กันนิ่ง” เขาก็กลับไปคิดถึงเรื่องสินค้าล๊อตใหม่เช่นเดิม
บริษัท กันนิ่ง หรือ “สว่านเจาะประตูนารีสวรรค์” เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ของเทียมสำหรับสตรีที่ดีที่สุดในโลก เวอหนอนเป็นบอสใหญ่แห่งบริษัทนี้ เขาควบคุมกิจการที่บริษัทแห่งนี้มาโดยเริ่มต้นจากโรงไม้ผลิตปลัดขิกเล็กๆจนกระทั่งกลายเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งอุปกรณ์ลามกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เวอหนอนภูมิใจกับบริษัทแห่งนี้มาก มันทำให้เขาสามารถมีเงินลงทุนมหาศาลในการประกอบกิจการอีกหลายอย่าง นอกจากนี้มันยังทำให้เขามีเมียน้อยนับพันซึ่งแต่ละคนเป็นสาวกของเขาทั้งสิ้น จนเมื่อปีก่อนเวอหนอนเกิดไอเดียบรรเจิด เขาจึงจับเอาบรรดาเมียน้อยที่สะสมมาแล้วเปิดกิจการอาบ อบ นวดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแม้แต่โปเซดอน หรือ ริเวลล่ายังต้องชิดซ้าย
เวอหนอนวันนี้ก็ยังนั่งคงทำงานอยู่ตามปกติ เช้านี้เขาต้องนั่งร่างแปลนแบบดิลโด้รุ่นใหม่ที่ทางลูกค้ามหาเศรษฐีอินเดียคนหนึ่งเจาะจงให้ตัวเขาออกแบบมา แต่ด้วยความที่เช้านี้เกิดอะไรแปลกๆขึ้นตลอด ทำให้สมาธิของเวอหนอนในตอนนี้แทบจะไม่มีเอาเสียเลย เขาพยายามปัดความรู้สึกแปลกๆด้วยการเรียกเลขาหน้าห้องมาเล่นดิลโด้รุ่นพ่นน้ำได้แปดทิศทางโชว์ให้เขาดูอยู่ครึ่งชั่วโมง แต่พอมีเสียงโวยวายของผู้คนจากคอนโดข้างๆจากนอกหน้าต่างเรื่องที่มีนกฮูกหลายตัวเที่ยวขโมยชุดชั้นในสาวๆบินไปบินมาทั่วท้องฟ้า เขาก็กลับไปคิดถึงเรื่องแปลกๆนั่นอีก ถึงช่วงเช้าทั้งวันนายเวอหนอนจะทำงานได้อย่างปกติ แต่ทว่าในใจเขาก็รู้สึกว่าอยากจะจบวันนี้ให้ได้เร็วๆเสียเหลือเกิน
เวลาล่วงเลยจนมาถึงเวลาเที่ยง อากาศกรุงเทพที่ร้อนตับแตก ยังคงแสดงถึงความระยำตำบอนของสภาพเมืองกรุงที่มีแต่รถยนต์พ่นควันทำลายชั้นบรรยากาศโลกอยู่ เวอหนอนหลังจากที่ร่างแบบได้จนเกือบเสร็จเขาก็ตัดสินใจเดินลงมาจากออฟฟิศเพื่อยืดเส้นยืดสาย เขาเดินข้ามสะพานลอยแล้วเดินหาร้านอาหารซักร้านที่มีสาวออฟฟิศเยอะๆ แดดวันนี้แรงพอสมควร หลังจากที่เดินเช็คแล้วว่าวันนี้ร้านไหนสาวๆเยอะสุด เวอหนอนที่เดินไปเอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อไปก็ตัดสินใจเลือกร้านขายส้มตำติดแอร์ชื่อดังร้านนึงที่อยู่แถวนั้น ระหว่างเข้าร้านเขาจงใจเดินเบียดสาวๆเพื่อสัมผัสเนื้อนมไข่ของพวกเธอ แต่ระหว่างที่จะเดินมาถึงที่นั่ง เวอหนอนแทบแหกปากด้วยความตกใจ เมื่อเขาพบว่าคนส่วนใหญ่แทบทั้งร้านกลับกลายเป็นพวก “ประหลาด” ที่มีการแต่งตัวและท่าทางที่ทำให้เขารู้สึกว่ากูไม่น่าหน้ามืดหลงเข้ามาในร้านนี้เลย
“เฮ้….บักจ่อย วันนี้เป็นไงบ้างวะม่วนสุดเลยใช่บ่”
“ม่วนขน๊าดดดดดดดดดเลยทิดแสงเอ้ย วันนี้ข้อยนั่งรถไฟเหาะที่ดรีมเวิร์ลมาด้วย โอ้ยยยย มีบ้านผีสิง ไวกิ้ง บ้านหิมะด้วย ม่วนหลายๆเลยน้อ”
“โหววว บักจ่อย เจ้าไปดรีมเวิร์ลมาด้วย ร้ายบ่ใช่เล่นบักทิดนี่ ส่วนข้อยไปห้างสับพะสินค้ามาด้วย แถมยังได้ขึ้นลิฟท์กับบันไดเลื่อนอีก เท่บ่ นี่ถ้านางจันทร์ดีรู้เข้าคงอิจฉาข้อยหลาย อ้อ….คืนนี้ข้อยว่าข้อยจะหาดิสสะโก้เทคไปดิ้นไปเซิ้งซักกะหน่อย หมู่สิไปกับข้อยอ้ะป่าว เขาว่ากันว่าแถวนี้มันมีดิสสะโก้เทคที่ชื่อ อาเสียวเอ อะไรนี่แหละ”
“ฮ่วยยย เขาเรียกอาร์ซีเอต่างหากเล่าทิดแสง เชยหลายนะเจ้าน่ะ”
เวอหนอนนั่งฟังผู้ชายสองคนที่แต่งตัวประหลาดๆคุยกันระหว่างนั่งกินส้มตำปู เขาคิด โธ่ที่แท้ก็ไอ้พวกบ้านนอก มิน่าถึงแต่งตัวบ้าๆบอๆแบบนี้….
“อ้อ แล้วเจ้าว่าไงเรื่องบักพอตเตอร์น่ะ ตามที่เขาเว่ากันมา”
“อ๊ออออ ลูกชายเขาบักหำรี่ใช่บ่ เขาว่ากันว่าบักนี่มะขนาดเลยนะ”
เวอหนอนแทบสำลักน้ำส้มตำปูออกมา หำรี่?? พอตเตอร์?? ชื่อนี้ดูเหมือนจะคุ้นหูเขามากนัก ชายอ้วนเอียงหูแอบฟังบักเสี่ยวทั้งสองคนคุยกันอย่างจริงจัง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรที่มีคำว่า “หำรี่” หรือ “พอตเตอร์” อีก
หลังจากนั้นทั้งวันในหัวของเวอหนอนก็มีแต่ความสงสัยและความกลัว ตลอดบ่ายเขาไม่มีสมาธิในการทำงานเลย เขาคิดถึงชื่อ หำรี่ และชื่อพอตเตอร์ ซึ่งเป็นชื่อสกุลของครอบครัวที่เขารังเกียจ ชายอ้วนคิดจะโทรไปถามเรื่องนี้กับเพ็ดทูเลีย แต่ดูจากตารางงานตอนนี้เธอคงกำลังไปเก็บค่าหวยค่าแชร์กับแม่ค้าในตลาด —คงกำลังด่ากับพวกแม่ค้าอยู่แน่ อย่าไปกวนดีกว่า เดี๋ยวกูจะโดนด้วย—-เวอหนอนคิด เขาพยายามคิดในแง่ดี ….จริงๆชื่อพอตเตอร์ก็เป็นนามสกุลที่โหล ในหนังเอ็กซ์เรื่อง sex on the mountain ของค่าย Private พระเอกในเรื่องยังชื่อ big potter เลย ส่วนชื่อหำรี่ถึงจะพิสดารและไม่รู้ว่าตั้งมาได้ยังไง แต่เขาคิดว่าหลานชายของตนเองน่าจะชื่อเกรียงศักดิ์ หรือ ไกรเดชมากกว่า ชายอ้วนนั่งคิดกลุ้มอยู่นาน จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน เขาก็รีบหยิบงานใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากบริษัทไปทันที
ระหว่างที่จะเดินไปถึงรถ เวอหนอนเดินใจลอย เขาเดินเอื่อยๆเพื่อไปยังลานจอดรถ ระหว่างที่เหม่อลอยไม่มองทาง เขาก็เดินไปสะดุดเท้าชายแก่คนนึงที่กำลังนั่งอยู่ ขณะที่เวอหนอนกำลังจะหันไปขอโทษ เขาก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าชายแก่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น กำลัง…….กำลังนั่งจึ๊กกะดึ๋ยกับมือตนเอง….
“แฮ่กๆๆๆๆ อ๊า~~~~ น้องพลอยจ๋า น้องพลอยแจ๋มแจ๋วขวัญใจป๋าที่สุดเลย อ๊าวว สุดยอดเลย อู้ว จึ๊กกะดึ๊ก โอ้ววว น้องพลอยตูดงอน น้องพลอยส่ายก้นมันเร้าใจป๋าจังเลยยยย แฮ่ก แฮ่ก”
โอ้วววว พระแม่เจ้าด้วย แม่งมานั่งชักว่าวกลางลานได้วะ เวอหนอนคิด แต่ อะเฮ้ยย นั่นอัลบั้มรูปรวมน้องพลอย เฌอมารเวอร์ชั่นหายากนี่ แม่งไปเอามาได้ไงวะ ตะ..แต่เฮ้ยยย นี่มันกลางลานเลยนะเว้ยทำไมไอ้แก่จ๊กม๊กนี่มานั่งออกกำลังกายน้องชายได้วะ แม่งโรคจิตฉิบฝาย
“แฮ่ก….แฮ่ก….ว่าไงน้องชาย แฮ่ก….สนใจจะมาเล่นกีฬาหมู่กันไหม หน้านี้ยังไม่เปื้อนเลย แฮ่ก….” ชายแก่หันไปถามเวอหนอน
“เฮ้ย…มึง ..เอ้ย ลุงทำไมมาเล่นว่าวแถวนี้ละครับ เอ่อ….ไม่อายคนเขาบ้างหรือครับ”
“โฮ่ !! น้องชาย !! วันนี้เป็นวันดี ต่อให้ลุงไปชวนหมาเล่นสวิงกิ้งลุงยังกล้าเลย แฮ่ก..แฮ่ก…. รู้ไหมวันนี้เป็นวันที่ลุงมีความสุขที่สุด นับตั้งแต่คนที่กูก็ไม่รู้ว่าใครแล้วมึงรู้ป่ะว่าใครแล้วแม่งตกลงใครวะหายไป ลุงก็กล้าออกมาบ้ากามได้อย่างเมื่อตอนเป็นหนุ่มแล้ว พวกหมาเกิ้งอย่างน้องชายก็มาร่วมสนุกได้นะ ……อ๊ะ….อ๊ะ…อ๊า~~~~~~~~ถึงแล้ว โอ้ววว ซี๊ดดดดดดดดดด อ๊า……อุ๊ก..อุ๊ก…….น้ำพุ่งใส่ปากเลย อร่อยจัง…แฮ่ก..แฮ่ก อ้าว…โทษที เปื้อนหนังสือเลย”
ถึงแม้ว่าหนังสือพลอย เฌอมารเล่มที่เขาต้องการที่สุดจะอยู่ตรงหน้า แต่ด้วยความพิสดารและวิปริตเกินที่จะรับ ชายอ้วนผู้ที่รักที่จะมีชีวิตที่สงบและปกติก็รีบพุ่งตัวทะยานขึ้นรถทันที เขานั่งหอบแฮ่กๆอยู่ในรถซักสองสามนาทีเพื่อทบทวนความคิด จนเมื่อเขาเห็นว่าตาแก่บ้ากามกำลังจะเดินมาหาที่รถ เขาก็เสียบกุญแจ สตาร์ทรถ แล้วพุ่งทะยานออกรถด้วยเกียร์สามทันที
ตลอดเส้นทางระหว่างกลับบ้าน เวอหนอนแทบไม่มองสองข้างทางริมถนน วันนี้กูเจอเรื่องแปลกๆมามากเกินพอแล้ว อย่าให้มันมากกว่านี้เลยเดี๋ยวคนอ่อนไหวแถมรูปหล่ออย่างกูช็อคตายกันพอดี —เขาภาวนา ชายอ้วนเร่งเครื่องยนต์เต็มที่ เขามีความคิดอย่างเดียวว่าจะต้องกลับบ้านให้เร็วที่สุด เวอหนอนขับรถอย่างบ้าคลั่ง เขาปาดซ้ายปาดขวา ปาดรถเมล์ ปาดแท็กซี่ ปาดแม่ค้า ปาดเด็กข้ามถนน แม้แต่ตำรวจแม่งก็ปาด มีคนตายสี่ห้าสิบคนได้ระหว่างทางที่ขับ แต่เขาก็ไม่สนใจเมื่อนึกถึงเรื่องหลายๆเรื่องที่กำลังกังวล จนกระทั่งเมื่อรถเฟอรารี่คันงามจอดถึงหน้าบ้าน เขาก็รู้สึกโล่งอก ชายอ้วนค่อยๆเลี้ยวรถเข้าบ้าน ลงจากรถ เอาส้นตีนเขี่ยซากหัวตำรวจจราจรที่ติดอยู่ที่ล้อลงท่อ ล๊อคประตูรถอย่างสบายใจแล้วจึงรีบเดินเข้าบ้าน
แต่แล้วสิ่งที่เขากำลังหนีก็เกิดขึ้นอีก เมื่อจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง …เสียงมันดังมาจากทางนอกรั้วอีกฝั่งของหน้าบ้านเขา ตอนแรกเวอหนอนตัดสินใจไม่หันมามอง แต่พอคิดว่านี่มันหน้าบ้านกูนี่หว่าเขาก็ตัดสินใจเดินออกไปดู ชายอ้วนแทบตกใจจนร้องกรี๊ด สิ่งที่ปรากฏฉายลงบนดวงตาทั้งสองของเขาคือ อีแย้หื่นกาม อีแย้ตัวเดิมกับเมื่อเช้า …. มัน……มันกำลังเอาแส้ฟาดเด็กมัธยมชายกลุ่มนึงที่ถูกมัดอยู่ เด็กๆร้องไห้ด้วยความทรมาน ในขณะเดียวกันอีแย้ก็เอาแส้ที่ทำจากหนังควายฟาดร่างอย่างไม่ใยดี มันแลบลิ้นออกมา แล้วเอาลิ้นอันยาวของมันเลียรูก้นและเจี้ยวหวานของเด็กพวกนั้นอย่างเอร็ดอร่อย แผล่บๆๆๆ จ๊วบบบบ แอ๊บๆๆๆๆๆ ซู๊ดดดดดดดดดด อีแย้จอมโหดส่งเสียงร้องด้วยความอร่อย ชายอ้วนยืนตาค้างด้วยความงวยงง นี่มันเกิดเชี่ยอะไรกันกับชีวิตกู
“แอ๊บๆๆๆๆ กี๊ๆๆๆๆ ก๊ากๆๆ แผล่บๆๆๆๆๆ (น้องชายของพี่อย่าหนีสิจ้ะ ว้าววว น้องหน้าตี๋นี่เจี๊ยวหวานจัง รสสตรอบอรี่ชุ่มฉ่ำเคลือบน้ำมะเน็ดกลิ่นสละไซเดอร์ของน้องนี่ช่างสุดยอดเลย แผล่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)”
เวอหนอนอ้าปากค้างเป็นรอบที่สามของวัน…..ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันที่เป็นนรกสุดๆสำหรับเขา เข่าของเขาทรุดลง เขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ซักพักก็ยกแขนขึ้นฟ้าแล้วทำท่าเหมือนหนังเรื่อง platoon ชายอ้วนตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า ไมมมมมมมมมมม่ แล้วจึงรีบวิ่งพาร่างท้วมๆวิ่งเข้าบ้านไป เขาหอบแฮ่กๆแล้วรีบปิดประตูดังปัง ล๊อคประตูด้วยมือสั่น เวอหนอนค่อยๆพยุงร่างของตัวเองมานั่งที่โซฟา สติแห่งชีวิตของเขาเริ่มเลือนราง นี่มันอะไรกัน นี่มันอะไรกัน….
…………………………………………………………………………
ตอนนี้เป็นเวลาทุ่มนึงพอดี เพ็ดทูเลีย หรือ คุณนายแห่งบ้านเด๋อสาลี่กลับมาด้วยสีหน้าเบิกบาน —-เธอเพิ่งเสร็จจากไปเก็บค่าหวยค่าแชร์มาและเมื่อนับเงินก็พบว่าวันนี้เธอได้มาเกือบแสน เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่นเธอไม่รอช้าเปิดทีวีช่อง 7 และดูละครก่อนข่าวหลอกผู้ใหญ่อย่างที่เคยทำอยู่ทุกวัน ระหว่างที่ดูเธอก็สังเกตว่าสามีของตนก็อยู่ในห้องนั้น เธอเห็นเขานั่งนิ่งไม่พูดอะไรจึงพยายามชวนคุยและบอกว่าวันอาทิตย์เราไปวัดเพื่อผลาญเงินเอาหน้ากัน แต่เวอหนอนก็ไม่ตอบ เขายังคงนั่งนิ่งและเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น เพ็ดทูเลียคิดว่านี่ผัวกูคงคิดถึงเมียน้อยอีกแล้ว เธอจึงไม่พยายามชวนพูดอะไรอีก จนกระทั่งเมื่อละครจบ เพ็ดทูเลียจึงเดินออกจากห้อง เธอไปอุ้มลูกชายดัดขี้สุดที่รักของตัวเองที่ขังไว้อยู่ในกรงออกมา แล้วลากโซ่พามันออกมาที่คอกที่อยู่หลังบ้านเพื่อกินไก่ที่เตรียมไว้อยู่สามสี่ตัว ระหว่างที่ไอ้เด็กอ้วนจอมเขมือบส่งเสียงจ๊วบจ๊าบแดกไก่สดด้วยความอร่อย เวอหนอนก็เดินตัวเอียงออกมา เขาทำหน้าซึมๆยืนพิงขอบประตูแล้วจึงถามเพ็ดทูเลียด้วยน้ำเสียงละห้อย
“เมียจ๋า…เอ่อ ผัวขอถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่าไงหรอคะ ….น่านนดูสิลูกเราหัดแทะกระดูกแล้ว น่ารักจริงๆ…..เออ มีอะไรล่ะผัวขา ถ้าคิดจะพูดเรื่องขอเปิดร้านเสริมสวยให้เมียน้อยก็เลิกคิดเถอะนะ ชั้นไม่ให้หรอก”
“ไม่ใช่จ้ะเมียรักคือ….เอ่อ ….ผัวอยากจะถามว่า ถามเรื่องญาติพวกนั้นของเธอน่ะจ้ะ….”
“ญาติพวกไหนหรอ ญาติข้างเมียน้อยคุณนะเหรอ กี่ตระกูลล่ะนั่นปาเข้าไปพันกว่าคน”
“ไม่ใช่เรื่องเมียน้อยจ้ะ ….แหม เมียก็ ตัวก็รู้ความจริงเค้าก็มีตัวอยู่คนเดียว คนอื่นแค่เป็นตัวทดสอบสินค้าเท่านั้น คือ หมายถึงญาติพวกนั้นของฝ่ายเธอน่ะ”
เพ็ดทูเลียสะดุดกึก เธอเกือบเอามือของเธอให้ดัดขี้แดก ปากของเธอสั่นนิดหน่อย แต่ว่าเธอก็ยังคงรักษาอาการได้ดี
“หมายถึงไอ้ครอบครัวประหลาดบ้าคาวกามนั่นน่ะเหรอ มีอะไรล่ะ”
“คือ..เอ่อ…วันนี้ก็มีอะไรประหลาดๆนะ เลย…เอ่ออ ..คือลูกของพวกนั้น มันชื่ออะไรหรอ….”
“รู้สึกว่า เอ่ออ…จะชื่อ หำรี่นะ ชื่อบ้าๆบอๆอะไรไม่รู้ ไม่เห็นจะมีความหมายเลย แต่เขาชอบเรียกว่าบักหำรี่อะไรนี่แหละ เป็นชื่อออกอีสานหน่อยน่ะ”
เวอหนอนได้ยินก็ใจหายเฮือก เขาตัวสั่นกว่าเดิม แต่ด้วยจิตใจที่พยายามจะอยู่ในความมั่นคง เขาจึงพยุงร่างของตนกลับไปยังห้องนั่งเล่นอีกครา เขาหวังว่าการดูข่าวภาคค่ำที่เขาชื่นชอบจะพอทำให้สบายใจบ้าง แต่ทว่า ดูเหมือนเวรซ้ำกระหน่ำซัดจิตใจเขา เมื่อข่าวที่เปิดนั้น ดันมีข่าวประหลาดๆที่เหนือสามัญสำนึกของเขาออกมากระแทกความกลัวของเขาอีก
“สำหรับข่าววันนี้ พบรายงานประหลาดจากสมาคมนักแอบถ่ายระยะไกลแห่งประเทศไทย มีการพบนกฝูงประหลาด บินทั่วท้องฟ้ากรุงเทพ โดยเฉพาะหอพักหญิง มหาวิทยาลัย โรงเรียนสตรี หรือแม้กระทั่งห้องน้ำหญิง ถูกนกฮูกจำนวนมากเข้าจู่โจมและรื้อค้นสิ่งของในนั้นอย่างเมามัน ตามรายงานพบว่า สิ่งที่สูญหายไปมักจะเป็นชุดชั้นในที่ใช้แล้ว ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว เสื้อผ้าเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา รวมค่าเสียหายนับสิบบาท แม้กระทั่งสาวๆในนั้นบางทีก็โดนนกฮูกโฉดรุมแต๊ะอั๋งก็ยังมี ขณะนี้ทางสมาคมนักแอบถ่ายระยะไกล กำลังส่งกองกำลังสาปแช่งและแอบด่า เข้าจู่โจมนกพวกนั้นทางไสยศาสตร์และรุมด่าทางอินเตอร์เนต ทางเราได้ข่าวความคืบหน้าเป็นอย่างไร เอาไว้ผมดูหนังโป๊ของน้องมาโดกะจบเมื่อไหร่ แล้วจะกลับมารายงาน”
เวอหนอนไม่รอช้า ด้วยความที่ถือว่าตัวเองรวย จึงเอาส้นตีนถีบทีวีจอแบนขนาด 100 นิ้วจนพังอย่างไม่มีเยื่อใย ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาจะหมดความอดทน เขาไม่อยากจะรับอะไรประหลาดๆพวกนี้อีก ชายอ้วนจึงรีบถอดเสื้อทำงาน วิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ นั่งดีดไข่ แล้วตัดสินใจขึ้นนอนทันที ก่อนที่จะเดินไปชั้นบน เวอหนอนชะงักตัวแล้วลองชะเง้อออกไปนอกหน้าต่างดู โอ…….อีแย้นั่นยังไม่ไป มันยังคงเล่นสงครามน้ำกามกับเด็กๆมัธยมอยู่อย่างสนุกสนาน เวอหนอนจับแขนเตือนสติตัวเองให้หยุดสั่น แล้วเขาก็หลับตาค่อยๆเดินเข้าห้องนอน ในที่สุด….ในที่สุดเขาก็ได้นอนซักที หวังว่าวันนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจออะไรแบบนี้ เวอหนอนที่เครียดมาทั้งวันค่อยๆวางหัวอันใหญ่โตของตัวเองลงหมอนที่แสนสบาย เขานอนตะแคงฟังเสียงลูกชายตัวเองที่กำลังไล่แดกแม่ตัวเองอยู่เพราะกินไก่สี่ตัวยังไม่อิ่มพอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองชั่วโมง เพ็ดทูเลียที่ร่างเต็มไปด้วยผ้าพันแผลก็นอนลงข้างๆ ไฟทั้งบ้านเด๋อสาลี่ปิดสนิท ดัดขี้ที่อยู่ในกรงส่งเสียงเห่าหอนด้วยความหิวซักพักก็หลับลง ในที่สุดความสงบและความเรียบร้อยที่เวอหนอนต้องการก็กลับมาสู่ความต้องการทางจิตใจของเขาอีกครั้งนึง ก่อนที่ชายอ้วนจะเข้าสู่ภวังค์ เขาก็คิดว่า พรุ่งนี้ไปคงไม่มีอะไร และไม่มีสิ่งใดประหลาดๆเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตและครอบครัวของเขาอีกแล้ว…
…………แต่เขา ก็คิดผิด……….
แม้ในที่สุดเวอหนอนและครอบครัวจะเข้านอน แต่เหตุการณ์ประหลาดแท้จริงแล้วเพิ่งเริ่มขึ้น ขณะที่อีแย้สุดโหดกำลังเอาเบียร์ราดเด็กหนุ่มที่จับมาได้คนที่สิบ จู่ๆมันก็วางมือลง มันแก้มัดเชือกเด็กทั้งหมด แล้วไล่เด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มติดใจในรสชาติให้กลับบ้าน ดูเหมือนว่าจะมีสัญญาณอะไรบางอย่างบอกมันให้หยุดมือ คงถึงเวลาอะไรบางอย่าง…. คงถึงเวลาอะไรบางอย่างที่มันรอคอย อะไรบางอย่างที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง อะไรบางอย่างที่เป็นตัวตัดสินชะตากรรมในอนาคต..
แย้ซาดิสม์ปีนขึ้นไปเกาะอยู่เหนือกำแพงรั้ว มันมองไปยังทางเดินในซอยที่มืดๆและไม่น่าจะมีใคร มองจ้องไปเลียปากชิมรสชาติเจี้ยวหวานที่คาปากไป จนในที่สุดเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น จู่ๆ ไฟข้างถนนทั้งซอยที่เปิดส่องสว่างนำทางในเวลาค่ำคืน ก็ดับลง มันไม่ใช่การดับแบบธรรมดาๆ มันดับทั้งซอย แต่สิ่งที่น่าแปลกที่สุดก็คือ มันจะดับแต่เฉพาะซอยๆนั้นแต่ไม่ดับทั้งหมู่บ้านนั่นเอง
“เฮ้ย!! ไฟดับได้ไงวะ สัตว์หมาเอ้ยแค่กูไม่ได้จ่ายค่าไฟมาสองปีแค่นี้ทำเป็นตัด โธ่เว้ยยย กำลังนั่งดูบอลอยู่แท้ๆ ไอ้องค์การไฟฟ้า มึงหารู้ไม่ว่ากูกำลังจะดูบอลเพื่อเอาเงินพนันไปจ่ายค่าไฟมึง ไอ้สัตว์เอ้ยไม่ให้โอกาสกูเลยยย เอาไฟกูคืนม๊า~~~~!!”
“เฮ้ย~~~~~ อ๊า~~~ ใครดับไฟเนี่ย เค้าจะดูหนังโป๊ใครดับไฟเนี่ย ง๊า~~~มาม๊า~~ มาม๊าไฟดับอ่ะ ลูกสมควรกำลังดูหนังโป๊อยู่ใครดับไฟแกล้งลูกสมควรอ่ะ แง้~~~ มารดาจ๋า สมควรยอดกตัญญูจะดูหนังโป๊อ่ะ กำลังจะเสร็จอยู่เชียว แง๊~~มาม๊า”
“ว้ายยยย ใครปิดไฟย่ะ โธ่~~~คุณชายวทัญญูกำลังจะบอกความจริงกับจินตหราว่าเป็นคุณชายปลอมตัวมาเป็นคนสวนอยู่เชียว กรี๊ดดดดดดด ใครมาแกล้งชั้นวะเนี่ยย วันนี้ตอนจบพอดีเลย”
เกิดเสียงโวยวายแหกปากลั่นไปทั่วซอย แต่บนทางเดินในซอยที่ยังคงเงียบงัน มันเงียบอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอีแย้ตัวเดิมเริ่มชูหัวและมีประกายตาออกมา บนทางเดินที่มืดมิดและไร้ผู้คนอยู่ๆก็ค่อยๆมีเสียงย่ำเท้า ดังแว่วขึ้นมา เสียงเดินมาจากที่ไม่ไกลนัก มีเสียงที่เหมือนน้ำที่ไหลกระฉอกอยู่ในขวดดังผสมขึ้นมานิดหน่อย ต๊อก ต๊อก ต๊อกๆๆๆๆๆ ต๊อก ต๊อกๆๆๆๆๆ ต๊อก เสียงย่ำเท้าดังเป็นจังหวะที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ เสียงมันค่อยๆเข้าใกล้เข้ามาที่แย้เรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเมฆบนฟ้าเคลื่อนตัวและปล่อยให้แสงของดวงจันทร์สว่างลงมา ก็ปรากฏร่างชายคนนึง เขายืนตัวเซเอาตีนยันเสาไฟพลางกระดกขวดที่ติดยี่ห้อเหล้าเข้าปาก หนวดเคราที่ชุ่มเหล้าทำให้เขาดูยังไงก็เป็นตาแก่ขี้เมาธรรมดาๆ สิ่งที่แปลกและดูเด่นก็คือชุดที่เขาใส่ ระหว่างที่ชายแก่กำลังเอาขวดเหล้าเก็บใส่กระเป๋าพกที่เหน็บเอว แย้ตัวเดิมที่ก่อนหน้านี้เกาะอยู่บนรั้ว บัดนี้ก็กลายเป็นหญิงแก่หน้าตาเจ้าระเบียบ แต่งตัวประหลาด และมองชายแก่ด้วยสายตาสมเพชเสียแล้ว
“มาแล้วเรอะค่ะ ทั่นดับเบิ้ลดอ” เธอกล่าวขึ้น
“ฮายยยยยยยย กู๊ดอาฟเตอร์นูนทีชเช่อออ ก๊า~~~เค้ามาแย้วก๊า มาแย้ว หวาดเดน๊า มักกอนนากามเพื่อนร๊ากกก”
“เอ่อ…คือ ดิฉันไม่ใช่เพื่อนท่าน แต่…….ว่าไงค่ะ ท่านอัลตี้บัส นั่นไปแดกเหล้าที่ไหนมาค่ะ หึ่งเชียว”
“วันนี้ท้องฟ้าแจ่มสายยยยยย พระจันทร์นั่นสวยจังอยากรู้จังว่านิวเออาร์มสตรองมันตอแหลรึเปล่าว่าไปเหยียบดวงจันทร์ กั๊กๆๆๆๆ เอิ๊ก!! …อ้ออ ก้อไปแด๊กกที่ route 66 มาน่ะก๊า แหมมม ก็สาวๆก็เยอะ เพลงแด๊นซ์ก็มันนน หนุ่มหล่อมาดเฟี้ยวอย่างเค้าก็เลยมาช้า โต้ดทีน๊า แหมมม แต่เด็กสาวสมัยนี้ไม่ช่ายเล่นเลย หุ่นสบึมอึ๋มสบัดแทบทุกโคนนนนน”
“เอ่อ….ตัณหากลับไม่เลิกนะคะไอ้โลลิคอน เอ้อ…ช่างเรื่องนั้นเถอะ แล้วเรื่อง บักหำรี่ ว่าไงค่ะ”
“เอิ๊ก !! วันนี้ได้เบอร์โทรน้องแคทมาด้วย ว่าเดี๋ยวหลังเที่ยงคืนจะโทรไป อ้อ… ส่วนเรื่องไอ้ทารกมารหัวขนนั่น เพื่อนรักไม่ต้องกลัว เดี๋ยวอ้ายกระเทยควายตาลีบันแหกกริดมันเอามาโส่งงงงงง พวกเรารออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวมันก็มา เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ”
“เอ้อ ค่ะๆๆ อืม……จะว่าไปเรื่องหำรี่ ก็เกี่ยวกับเรื่องที่คนที่กูก็ไม่รู้ว่าใครแล้วมึงรู้ป่ะว่าใครแล้วแม่งตกลงใคร….”
“ไอ้วันเดอร์ม่อนั่นน่ะเหรอ ก๊ากๆๆๆๆๆ ไอ้รูปหล่อหน้าม่อที่สุดท้ายก็กระจ้อเฝี่ยว กระเจี้ยวฝ่อจนต้องหนีหน้าสังคมนั่น สมน้ำหน้ามันจริงๆ เอิ๊ก!!”
“จากข่าวก็คือคืนก่อนที่เขาจะหมดอำนาจลง แจ่มกับสาลี่ พอตเตอร์ถูกเขาเข้าไปทำร้าย แล้วก็โดนเขาฆ่าตายอย่างเลือดเย็น……จนกระทั่งเขาหมดอำนาจลงเมื่อเจอเด็กหำรี่นั่น”
“วันเดอร์ม่อแพ้เด็ก วันเดอร์ม่อกระจ้อเฝี่ยวเพราะเด็ก ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้ามันชมัด บังอาจจะมาแย่งน้องเจมี่ของเค๊า วันเดอร์ม่อไอ้ตายด้านก๊ากกกกกกกกก”
“เอ่อ…ท่านคะ อย่าเอ่ยชื่อเค้าตรงๆสิคะ คือ….แหมมม อย่าเอ่ยชื่อเค้าเลย ดิฉันหยิว…”
“ก๊ากกกก มีหยิวด้วยเว้ย วันเดอร์ม่อชื่อมันหยิวตรงหน๊ายยยย เค้าพูดไม่เห็นมันจะโด่ขึ้นมาเลย ก๊ากกกกกกก เอิ๊ก!!”
“ก็ท่านไม่แต่ดิฉันใช่…อา ท่านคะ….อ๊ะ นั่นเสียงอะไรน่ะ”
จู่ๆก็เกิดเสียงครืนฟังแล้วน่าสยดสยองดังมาจากท้องฟ้า มันเป็นเสียงประหลาดๆที่ไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง แต่เป็นเสียงอะไรบางอย่างที่น่าสะอิดสะเอียด และอยากอ้วกทันทีที่ได้ยิน….
“โอ้วววว หำรี่มาแล้ว แหกกริดมาแล้วน่านงายยย” อัลตี้บัสว่า
แต๊นนนนนนนน ตุเร๊งๆๆๆๆๆ แปร๋นๆๆ บนท้องฟ้าที่มืดมิด ไร้ซึ่งความวิปริตในก่อนหน้านี้ อยู่ๆก็รถซาเล้งคันนึงลอยมา มันเป็นรถที่มีเงาประหลาดและอุบาทว์อยู่เบื้องหลัง มีเสียงหัวเราะฟังแล้วน่าสะอิดสะเอียนตามมา ซาเล้งคันโตค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้า หน้าซาเล้งเขียนไว้ว่า “รักตุ้ด”
“มาแล้วฮ๊า ตะเอ๊ง ตะเอง” เจ้าของรถพูดขึ้นเมื่อรถจอด
“โอ้วววว อีช้างน้ำอุบาทว์แห่งศตวรรษ ก๊ากกกกก ว่างายอีตุ้ดแหกกริด ริดสีดวงที่ตูดสบายดีไหม” อัลตี้บัสทักทาย
“อ้ายยยย อีบ้า อีแก่วิปริต อีจิตไม่ว่าง อีบ่างช่างยุ อีคนไร้วิสัยทัศน์ อีปากจัดไม่ต่อรองใคร หนอยยย ไม่เห็นว่าเป็นบอสชั้นตบไปแล้ว หยั่งชั้นน่ะย่ะ เค้าเรียกพวกผู้หญิงแนวใหม่ต่างหากย๊า~~~”
“ก๊ากๆๆๆๆๆ อีตุ้ดบ้า มีการเถียงกูอีก โด่ๆๆ ถ้าตบเค้านะ เค้านะ เค้าจะร้องไห้ให้ดูเลยล่ะ ทีนี้แหละแก๊ อีตุ้ดดด พอมีข่าวลงว่าเค้าร้องไห้ ทีนี้แหละรัฐบาลทั่วจักรวาลจะส่งทีมล่าสังหารควายป่ามาไล่ยิงมึงข้อหาทำร้ายผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลกเลย ก๊าก กั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆ เอิ๊ก!!”
“กรี๊ดดดดด อีบ้า หยาบช้าที่สุด”
“ก๊ากกกกกก ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ”
“เอ้า พอๆๆๆๆๆ พอได้แล้วทั้งสองตัว เจอทีไรแม่งกัดกันทุกที เออ แหกกริด แล้วไหนบักหำรี่ล่ะ”มักกอนนากามถาม
มักกอนนากามหรือก่อนหน้านี้คืออีแย้บ้ากามถามถึงเด็กที่ชื่อว่า”หำรี่” เมื่อแหกกริดได้ยิน เขาก็ก้มลงไปหยิบของบางอย่างจากลังหน้ารถ มันเป็นห่อผ้าห่อหนึ่ง แหกกริดค่อยๆอุ้มมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เขาส่งมันให้ตาแก่ขี้เมาที่ชื่ออัลตี้บัส ….มันเป็นห่อผ้ากลิ่นเหม็นหึ่งพอสมควร
“เฮ้ยย เอิ๊ก !! นี่มันกลิ่นขี้นี่หว่า ไอ้แหกกริด มันหมายความว่างายยยย”
“ขอโทษฮ๊า คือออ หนูไปเจอมันตกแถวส้วมน่ะค่ะ ขนาดไอ้หนุ่ม เสี่ยว แบล็ค ที่ให้ซาเล้งคนนี้มายังไม่กล้าแตะเลยอ่ะ”
“โหวววว ไส้เน่าฉิบฝายยย แต่ กั๊กๆๆๆๆ บักหำรี่หน้าตาบ๊องแบ๊วดีว่ะ นั่น ยิ่งรอยส้นตีนที่หน้าผากนั่นยิ่งเท่ใหญ่ เป็นปานที่เท่มากเลยอ๊า อยากมีบ้างจัง คึ๊ๆๆๆๆๆๆๆ”
“อยากมีดิฉันจะสนองให้ก็ได้นะคะท่านอัลตี้บัส เอ่อ…ว่าแต่ปานนี้ใช่ไหมที่ไอ้คนที่กูก็ไม่รู้ว่าใครแล้วมึงรู้ป่ะว่าใครแล้วแม่งตกลงใครมันฝากมาก่อนสิ้นอำนาจ จริงๆก็ดูเท่นะ แต่ถ้ามองในสายตาพวกหมาเกิ้งแล้วคงดูทุเรศแน่”
“ก๊ากกกกก กั๊กๆๆๆ ช่างหัวมันดิ๊ กบาลมันบ่ใช่กบาลเค้านี่ แค่โลกนี้มีเค้าคนเดียวที่น่ารักก็พอแล้ว ก๊ากกกกกกกก”
“แล้วตกลงจะทิ้งมันไว้ที่นี่รึค่ะ ไอ้เด็กเนี่ย” มักกอนนากามถาม
“ก็คงช่ายแหยะ ไอ้เด็กนรกนี่ครายจาไปเลี้ยงมันลงฟร้า ต้องหาไอ้โง่ซ๊ากคนไปเลี้ยงมาน นั่นก็คือญาติมันลุงป้ามันน่ะแหล๊ กั๊กๆๆๆๆ เอิ๊ก !!”
“แต่เด็กคนนี้เป็นคนกระทืบไอ้คนที่กูก็ไม่รู้ว่าใครแล้วมึงรู้ป่ะว่าใครแล้วแม่งตกลงใครวะด้วยนะค่ะ เราว่าน่าจะไปเลี้ยงเองมากกว่า”
“ง้านก้ออาวไปเลี้ยงสิ ไอ้เด็กเหม็นขี้ตัวนี้นี่”
“อะฮั๊นไม่เอาดีกว่าค่ะ แต่ว่านะ ลูกชายในบ้านนี้ ได้ข่าวว่ามันแดกเก่งเป็นตัวไดรโว่เลยไม่ใช่หรอคะ”
“ก็ให้มันแด๊กไอ้เด็กเวรนี่ไปด้วยกันเลยสิ ก๊ากๆๆๆๆๆๆ เอิ๊ก!! เค้าล้อเล่นก้ะ คือยังไงเค้าว่าบักหำรี่ต้องต่อกรไอ้พวกครอบครัวนี้ได้อยู่แล้ว เค้ามองเห็นอนาคตเยยว่าโตไปมันไม่พ้นฆ่าลุงป้าแล้วยึดมรดกแน่ ก๊ากๆๆๆๆ มรดกเลือดล้างตระกูล”
“เอ่อ…ท่านคะ ท่าจะดูหนังจีนมากไป ตกลงเอาเป็นว่าเราจะให้ลุงกับป้าเค้าเลี้ยงใช่ไหม โอเคค่ะ ยังไงถ้าเราเก็บไว้ก็คงเป็นภาระในการเที่ยวร่อนตอนกลางคืนของพวกเราแน่นอน งั้นก็ให้พวกเขาเลี้ยงก็แล้วกัน”
“เอ้อ จริงๆแล้วถ้ามีปัญหา หนูก็อยากจะเลี้ยงนะฮ๊า จริงๆแล้ว”
“ก๊ากกกกกกกกกกก ขากกกก ถุย !! ม่ายอาวววว ขืนให้มึงเลี้ยง โตไปมันเป็นตุ้ด โลกจะไม่ฉิบหายยิ่งกว่านี้หรอ กั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“โฮ่ ปากมอมอีกแล้วอีบ้า ฮืออออ อีอัลตี้บัสจายร้ายยย ด่าสุภาพสตรีผู้นี้ได้ลง”
“สุภาพสตรีชาติควายน่ะสิอีกะเทยมรณะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ ด่าอั๊วมากเดี๋ยวตบปากด้วย 28 ดีกรีซ๊าเลยนี่ ก๊ากกก เอิ๊กๆๆ” อัลตี้บัสพูดพร้อมกระดกเหล้าเข้าปาก
จากนั้นแหกกริดก็กระโดดใส่อัลตี้บัสด้วยความโมโห แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ อัลตี้บัสก็หลบการโจมตีด้วยท่าหมัดเมาอย่างสบาย ทั้งสองตีกันอยู่ซักพัก พอเห็นว่ามักกอนนากามเริ่มจะง้างปากด่า เขาทั้งสองก็หยุด อัลตี้บัสอุ้มเด็กในห่อขี้ขึ้นมามองอีกครั้งด้วยความสนใจ เขากระดกเหล้าเข้าปากไปอีกเล็กน้อย ก่อนจะลงมือเขาหันไปมองมักกอนนากามและแหกกริดแล้วผงกหัวให้ สูดหายใจอยู่เฮือกนึง จากนั้นชายแก่ขี้เมาก็โยนเด็กขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาไม่รอช้าหวดเท้าฟาดห่อผ้าเต็มแรงด้วยลูกเตะไดรฟ์ชู๊ต ด้วยแรงกระแทกห่อผ้าจนกระเด็นไปชนประตูหน้าบ้านที่พวกเขายืนอย่างจัง หัวเด็กฟาดดังโครม แต่เด็กกลับไม่ร้อง……แต่เด็กกลับชูนิ้วกลางใส่แทนอย่างโกรธแค้น
“ขอให้โชคดี ไอ้เด็กเวร” อัลตี้บัสพูดทิ้งท้ายอีกครั้ง
ทั้งสามมองเด็กทารกอยู่หน้าบ้านนั้นอยู่ครู่นึง ก่อนที่ไฟในซอยจะกลับมาสว่าง ทั้งหมดก็หายวับไปเสียแล้ว……เกิดสายลมเอื่อยๆพัดโชยลงมา เด็กในห่อผ้าที่มีรูปปานประหลาดๆ เขาถูกทิ้งไว้อยู่ที่หน้าบ้านของครอบครัวๆนึง ที่โตขึ้นเขาจะพบว่าเขาได้โตขึ้นในครอบครัวที่ไม่ต้อนรับเขามากที่สุดเสียแล้ว
โอว…..ชะตากรรมของเด็กคนนี้จะเป็นอย่างไรนะ อา…น่าสงสารเหลือเกิน ชีวิตต่อไปของเขาจะเป็นยังไงนะ
…………………………………………………………………………
หลายปีต่อมา เหตุการณ์ดีและเหตุการณ์ร้ายได้ผ่านไป เด็กชายที่ชื่อ “หำรี่” ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวของลุงป้าของเขา จนบัดนี้ นอกจากนายสมควรเด็กข้างบ้านที่ตอนนี้โตขึ้นมาเป็นหัวหน้าสมาคมนักชมภาพยนตร์ av แห่งประเทศไทย ซอยผีเวรก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เฟอรารี่สีแดงที่แม้จะดูโรยราและเก่าลงแต่ก็ยังคงทนและดูคลาสสิคยิ่งขึ้นทุกวันก็ยังจอดอยู่เคียงข้างปอร์เช่คันงามที่ซื้อมาใหม่เมื่อสองปีก่อนเช่นเดิม ทุกอย่างเกือบเหมือนเมื่อวันก่อนในวันที่นายเด๋อสาลี่แทบประสาทเพราะเหตุการณ์ประหลาดวันนั้น นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ก็สิบกว่าปีแล้ว ที่หำรี่ พอตเตอร์ได้ก้าวเข้ามาร่วมใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ “รังเกียจ” เขาที่สุด
หำรี่ พอตเตอร์ความจริงแล้วเขาก็เป็นเด็กที่ดี แต่เพราะกิริยาและการกระทำที่ลุงป้าทำกับเขา ทำให้สันดานเสียของเขาเริ่มตื่น จริงๆแล้วหำรี่นั้นไม่ค่อยรู้สึกเอ็นจอยกับครอบครัวนี้นัก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีความสุขเมื่ออยู่ในครอบครัวนี้เลย อาจเป็นเพราะเขาเป็นภาระก็ได้ ลุงกับป้าของเขาจึงทรมานจิตใจเขาตลอด เรื่องราวแห่งความทุกข์ของเขาดำเนินมานานหลายปี จนในที่สุด จุดเริ่มต้นแห่งตำนานบทหนึ่งก็เริ่มขึ้น โดยเรื่องทั้งหมดนั้นมันเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันหนึ่ง…..
“เฮ้ย !! เมื่อไหร่ลาบเป็ด กับ ข้าวเหนียวที่สั่งจะได้แดกว่ะ ไอ้หำรี่ วันนี้วันเกิดลูกอั๊วนะ ให้ไวหน่อยสิเว้ย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นเสียงที่โหดระห่ำจัญไรพอสมควร มันดังลั่นสนั่นบ้างเสียดหูแม้แต่หนูตายบนหลังคา ก็ยังคืนชีพได้ถ้าได้ยินเสียงนี้
“เดี๋ยวซิโว้ย ไอ้ลุงเวอหนอน” เสียงหนึ่งตะโกนตอบกลับมาจากในครัว “จะแดกของอร่อยก็รอหน่อยสิเว้ย ไอ้พวกเขมรอพยพกระแดะจะแดกอาหารอีสานคลาสสิคชั้นเลิศจากกู ทำเป็นเรื่องมาก เดี๋ยวปั๊ดพ่อตบจำความทรงจำชาติก่อนได้เลยนี่”
“พ่อๆๆ ไอ้หำรี่มันหือพ่อน่ะ แต่พ่อครับ ผมหิววววว ผมมมม ซื้ดดดดดดดดดด” เสียงเด็กคนหนึ่งร้องขึ้น …ดูท่าว่าเขาจะเป็นลูกชายของชายเสียงโหดที่แหกปากเมื่อครู่
“เฮ้ยๆๆๆ ไอ้หำรี่ เร็วๆเข้าลูกดัดขี้ของอั๊วหิวแล้วโว้ย เฮ้ย เอาข้าวเหนียวมาก่อนก็ได้ เดี๋ยวมันหิวมากจะแดกอั๊วเข้า”
“อ้าวว ไอ้อ้วนมึงจะแดกพ่อมึงอีกแล้วหรอวะ เออๆๆๆๆๆ ได้โว้ยๆ รอเดี๋ยว เดี๋ยวอาหารชั้นเลิศไปหา”
ขณะที่สองพ่อลูกนั่งบ่นหงุดหงิดเป็นลาวหิวอยู่ในห้องกินข้าว เด็กคนหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องครัว เขาเป็นเด็กที่มีรูปร่างหน้าตากวนบาทาพอสมควร เขาใส่แว่นกระจกสีแดง ไว้ผมตั้งๆทรง j-rock แต่งตัว hip-hop กางเกงหลุดตูด มีรอยสักรูปกางเขนมีปีกที่แขนขวา เขาคือหำรี่ พอตเตอร์นั่นเอง เขาเดินฝ่าดงของขวัญวันเกิดดัดขี้ไอ้เด็กอ้วน ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเข้ามาพร้อมกระติ๊บข้าวเหนียวอันนึง
“เอ้า !!เอาข้าวเหนียวไปแด๊กก่อน เดี๋ยวลาบเป็ดได้ แต่พวกเอ็งสองตัวต้องรอไข่เป็ดมันฟักลูกเป็ดก่อนนะ อีกสองปีมันโตคงได้แดกกัน”
“เฮ้ย !! ไอ้เชี่ยเด็กนรกนี่ !! จะเอาเดี๋ยวนี้วันนี้ไม่ได้หรอ มันหิวนะย๊ะ” หญิงแก่คนหนึ่งตวาดหำรี่ขึ้น เธอคือ ป้าเพ็ดทูเลีย ป้าแท้ๆของหำรี่ หรือ แม่ของดัดขี้นั่นเอง “แกมันเหมือนแม่แกไม่มีผิด นิสัยกวนตีนพอกันเลย สามานย์ที่สุด”
“อีแก่นี่ อยากเป็นตุ๊กตาเสียกบาลรึไงว่ะ ด่าแม่อั๊วอยู่ได้ นั่งเงียบๆไปซะ ไอ้ดัดขี้มันยังไม่แดกพวกเอ็งตอนนี้หรอก แป๊บนึงเว้ย” หำรี่ตวาด
หำรี่ทำหน้าเซ็งๆ แล้วเขาก็เดินกลับไปยกกับข้าวมาเสิร์ฟสามพ่อแม่ลูกทั้งหมดด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก เขาแอบเอาเศษสังคังในกางเกงในผสมเข้าไปในอาหารที่ไอ้พวกนี้กินนิดหน่อย เมื่ออาหารทั้งหมดถูกวางบนโต๊ะ แทนที่เจ้าดัดขี้จะรีบเขมือบอาหาร มันกลับหันไปสนใจของขวัญที่เป็นของขวัญวันเกิดของมันเสียก่อน
“แม่ก๊า แม่ก๊า~~~~ทำไมดัดขี้ได้ของขวัญน้อยกว่าปีก่อนอ้ะ ดูเด๊ะ ตุ๊กตายางตัวนี้ ของเกรดต่ำชัดๆเลย ทำไอ้ตรงนั้นไม่เหมือนของจริง ไร้มาตรฐานจริงเลยย แล้วยังงี้เวลาดัดขี้จึ๊กกะดึ๋ยกับตุ๊กตายาง ดัดขี้ก็ไม่เร้าใจน่ะสิ แง้ๆๆๆๆๆๆๆ ดัดขี้เกิดมามีกรรม ชาติก่อนสงสัยหล่อจัดจนต้องมีพวกขี้อิจฉาคนสาปแช่งแน่เลย” ดัดขี้ครวญ พลางชี้ไปที่ของขวัญของตนด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ หำรี่ฟังที่มันพล่ามเข้าก็อยากจะอ้วก…
“โอ๋ๆๆ ลูกดัดขี้ยอดดวงใจ ลูกดัดขี้สุดเท่แม้นทอม ครู๊ซ วอน บิน กับ แบรด พิทท์ ยังอิจฉา มามะ เดี๋ยวแม่จะซื้อของขวัญให้ลูกเพิ่มเอง” เพ็ดทูเลียพยายามปลอบดัดขี้ให้เงียบ เธอกลัวลูกชายตนจะจับเธอแดก ดัดขี้หยุดร้องไห้ แล้วพูดขึ้นอีก
“งั้นแม่ซื้อชุดนางพยาบาลให้ดัดขี้ได้ป่ะ ดัดขี้อยากใส่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาอุปกรณ์ครบด้วยนะ ดัดขี้อยากเล่นเป็นนางพยาบาลลลลลลลล อู้ววววว”
“ได้จ้า ลูกดัดขี้สุดหล่อ อยากได้อะไร ของระยำตำบอนอะไรแม่ก็ซื้อให้หมดแหละจ้ะ ขออย่างเดียวนะ อย่าแดกแม่เวลาหิวแล้วกัน” เพ็ดทูเลียพูดพลางเช็ดเหงื่อด้วยความหนักใจ
หำรี่มองไอ้ดัดขี้แล้วนอกจากสมเพช เขาก็นึกอิจฉามันเล็กๆ ตั้งแต่เขาเกิดมา เขาไม่เคยได้รับความเอาใจใส่จากครอบครัวนี้เลย ของขวัญสำหรับเขา อย่างดีสุดก็แค่ซากถุงยางที่ใช้แล้ว 1 อัน เขาไม่มีความสุขเลยนับตั้งแต่เกิดมา เขามีดีอย่างที่ตัวเขามีความแข็งแกร่ง และไอคิวสูงมาแต่กำเนิด นั่นทำให้พวกเด๋อสาลี่ไม่ค่อยจะกล้าแหยมกับหำรี่เท่าไหร่นัก แต่ด้วยที่เขายังต้องพึ่งพาเงินพวกเด๋อสาลี่เพื่อเอาไปเที่ยวราตรีกับแต่งมอเตอร์ไซค์อยู่เนี่ยแหละ ทำให้บางครั้ง เขาก็ต้องยอมเป็นเบ๊รับใช้ให้กับพวกมันบ้างเหมือนกัน
“เดี๋ยววันนี้เราจะพาดัดขี้ไป อาบ อบ นวดกัน” เวอหนอนพูดกับหำรี่ “ก็อาบ อบ นวดของข้าเอง ข้าว่าจะพาดัดขี้ลูกข้าไปเปิดซิงขึ้นครูฉลองวันเกิดซะหน่อย พอพวกข้าไปแล้วเอ็งก็รีบไสหัวไปอยู่บ้านมิสซิสฟิตซะ ข้ากลัวเอ็งอยู่บ้านแล้วจะพาพวกมาจัดปาร์ตี้ เอาหญิงมาฟันในบ้านจนเตียงข้าเปรอะอีก ไหนจะของกินในบ้าน ข้ากลัวเอ็งจะเอาพวกมาแดกกันจนหมด ครั้งก่อนข้าก็สยองทีแล้ว ข้ากลัวว่าเดี๋ยวว่าลูกดัดขี้เกิดกลับมาเกิดหิวแล้วในบ้านไม่มีอะไรกินแล้วมันจะหันมากินพวกเราเอา”
“เออ จะไปไหนก็เรื่องของพวกมึงเหอะ รีบๆไสหัวไปซะ สัด พวกมึงนี่ รู้ว่ากูเกลียดมิสซิสฟิตยังไล่กูไปบ้านมันอีก เซ็งอิ๊บอ๋าย”
ดัดขี้หันมายิ้มกับเวอหนอนด้วยสีหน้าเยาะเย้ย มิสซิสฟิตเป็นอีแก่คนนึงที่อยู่บ้านใกล้ๆพวกเด๋อสาลี่ เธอเป็นอีแก่ที่ชอบพล่ามเรื่องอดีตสามีหลายๆคนที่ผ่านมา ชอบบังคับให้หำรี่ต้องดูรูปอดีตผัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมซ้ำร้าย ดูท่าว่าอีมิสซิสฟิตจะหมายตาหำรี่ให้เป็นสามีคนต่อไปเสียด้วย ….ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้หำรี่รู้สึกเกลียดและกลัวมิสซิสฟิต อีแก่หนังเหี่ยวไม่สิ้นไฟสวาทคนนี้พอสมควร
กริ๊งงงงงงงงงง กริ๊งงงงงงงงงงงงง กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพ็ดทูเลียลุกขึ้นเพื่อจะไปรับ แต่หำรี่ถีบเพ็ดทูเลียจนล้มหงายไปเสียก่อน หำรี่รีบชิงไปรับโทรศัพท์เอง …เขารีบวิ่งแจ้นไปทันที เขาคิดว่าน้องลิลลี่อาจจะโทรมาหาก็ได้
“ฮัลโหล หวัดดี พูดกะใครคร๊าบบบบบบบบบบบ”
“—-ขอสายเพ็ดทูเลียหน่อย——–”
หำรี่เงียบนิดนึง …ไม่ใช่น้องลิลลี่ แล้วใครวะ เขาพูดต่อ..
“อ้าว ไม่ใช่ลิลลี่หรอ เฮ้ยยย แล้วมึงครายวะ”
“——เออ กูไม่ใช่ลิลล่งลิลลี่อะไรของมึงโว้ย ขอคุยกะป้าเพ็ดทูเลียหน่อย เออ…แล้วมึงเป็นใครวะ—–”
“กูหำรี่ เจ้าของบ้าน เฮ้ย กูถามมึงก่อนว่ามึงเป็นใคร ถามย้อนกูหาเชี่ยอะไรวะ”
“——-กูปึ๋ง บ้านโป่ง ญาติมิสซิสฟิตเว้ย มึงแน่มากรึไงมาพูดกวนตีนกับกูเนี่ย เฮ้ยแล้วเมื่อไหร่กูจะได้คุยกับป้าเพ็ดซักทีเนี่ย——- “
“สัด กูไม่ให้คุย มีไรไหม ก๊ากกกกก กั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไอ้ชาติกูปรี มึงอ้อนวอนกูสิ อ้อนวอนนนนนนนกู แล้วกูอาจจะให้คุยก็ได้ ก๊ากกกกกกกกก”
“——-เชี่ย สัดหมา เปรตแดกกะเพาะ ไอ้หน้าหนังหุ้มปลาย ท่อนซุงยัดตูดมึง พ่อมึงสิ้นแม่มึ#%*&^!#%^&*()+*#$++*&^%#———-”
“ก๊ากกกก กั๊กๆๆๆๆๆๆ ด่ามันดีเว้ย ฮ่าๆๆๆๆ เอาอีกๆ ด่าเยอะๆนะ จะจำไว้ด่าคนข้างบ้าน”
ผัวะ !!
“ไอ้หำรี่ เล่นอะไรของมึง” เพ็ดทูเลียตบหัวหำรี่เสียงลั่น มีเสียงฉอดๆดังลั่นโทรศัพท์ไม่หยุด
“โห่ ก็เล่นนิดเดียวเอง ตบซะกบาลแทบฉีก มันขอคุยกะป้าน่ะ คุยกับมันหน่อยเด่ะ”
เพ็ดทูเลียแย่งโทรศัพท์มาจากหำรี่ทันที เสียงด่าพ่อล่อแม่ในโทรศัพท์ยังคงไม่หยุด เพ็ดทูเลียรู้สึกรำคาญจึงตะโกนแหกปากด่าให้เงียบ ด้วยความที่เพ็ดทูเลียเป็นเจ้าแม่ผู้คุมตลาดหัวตะเข้มาก่อน เพียงแหกปากคำเดียว ก็สามารถทำให้ไอ้บ้าที่ด่าอยู่ในโทรศัพท์เงียบได้ทันที หำรี่เห็นเข้า เขาก็ลงไปนอนขำกลิ้งด้วยความสะใจ
“เวอหนอน ผัวขา ข่าวร้ายค่ะ” เพ็ดทูเลียพูดขึ้นกับเวอหนอน
“หืม?? มีอะไรหรือ เมียรัก”
“เอิ่ม เอ่อ…มิสซิสฟิตแก…”
“อะไรหรือ”
“แก…..แกเกิดอุบัติเหตุ”
“เอ๋า..จริงเร๊อะ แกโดนอะไรล่ะ”
“คือ…มะเขือ…มัน..ติด” เพ็ดทูเลียทำท่าทางอึกอัก
“อ้าว อะไรก็บอกมาซี่”
“คือมิสซิสฟิตแกเกิดเล่นพิเรนท์ เอามะเขือพวงมา….เอามาเล่นสนุกตามประสาหญิงแก่อารมณ์เปลี่ยว…แล้วแกก็…คือมะเขือพวงมันใหญ่เกินไป…ทีนี้ไอ้มะเขือพวงมันก็เลย..มันก็เลยติดอยู่ตรงนั้นแล้วเอาไม่ออกน่ะ…”
“ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ป้า ว่าไงนะ จริงป่าววะ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มะเขือพวงติดอี๋ มะเขือพวงติดอี๋ ท่าทางอี๋อีแก่มันจะเหนียวหนืดพอๆกับหนังมันว่ะ ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” หำรี่หัวเราะลั่นด้วยความสะใจทันที
“ตอนนี้แกยังอยู่ในโรงพยาบาลอยู่น่ะผัวขา หมอแกกำลังเอารถเครนช่วยดึงอยู่ เห็นว่ามันติดหนึบมาก” เพ็ดทูเลียพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ “เราคงต้องเอาเจ้าหำรี่ไปด้วยแล้วล่ะ ช่วยไม่ได้ เราก็ปล่อยบ้านไว้ให้มันอยู่คนเดียวไม่ได้แน่ เดี๋ยวมันเอาบ้านเราไปทำเป็นซ่องแบบคราวก่อนอีก”
“เออ ก็ได้ อย่างน้อยให้มันไปเป็นเบ๊เฝ้ารถให้เราก็ยังดี” เวอหนอนพูด
“ใครเป็นเบ๊มึงไอ้ลุง พูดให้ดี อย่าพ่นคำพูดที่ยั่วยวนส้นเท้าอย่างนั้น อย่ามาปลุกอารมณ์ฆาตกรตอนนี้เลยดีกว่า” หำรี่พูดสวนทันทีที่ได้ยิน เขาลูบกำปั้น พลางส่งดวงตาขู่อย่างเต็มที่
“เออๆๆๆ กูให้มึงเข้าไปด้วยก็ได้ เรื่องตังค์มึงออกเองล่ะ กูไม่ให้มึงโจ้เด็กในอาบ อบ นวดกูฟรีหรอก”
“เออ… ก็แค่นั้นแหละ” หำรี่ยิ้มด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ
แล้วเมื่อทานอาหารกันเสร็จ ดัดขี้ก็จัดการแกะห่อของขวัญต่อ หำรี่เดินหาวหวอดออกจากห้องไป—–เขาไปนอนเอาแรงสำหรับคืนนี้ ตกค่ำทั้ง 4 ก็ออกจากบ้าน เวอหนอนขับรถออกไปโดยไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะหำรี่นั่งกร่างอยู่เบาะหลังอย่างราชา เวอหนอนรู้สึกว่า ตัวเองเหมือนเบ๊ขับรถให้ไอ้หำรี่ยังไงไม่รู้ ฝ่ายไอ้ดัดขี้ ก็นั่งกุมมือก้มหน้าตัวสั่นเหงื่อตก คงเป็นเพราะนี่คือครั้งแรกของมัน พ่อมันกำลังจะพามันไปเปิดซิงฉลองวันเกิด เพ็ดทูเลียกุมมือลูกพลางทำสีหน้าให้กำลังใจอย่างเต็มที่
“เฮ้ย จะเยี่ยวแตกก็บอกกูก่อนนะ กูจะได้ลงจากรถทัน เห็นท่าทางมึงแล้วบอกตรงๆกูหวั่นว่ะ” หำรี่พูดพลางมองหน้าเจ้าดัดขี้ด้วยสีหน้าที่ละเหี่ยใจ
รถยนต์เข้ามาจอดในที่จอดรถที่มีเนื้อที่กว้าง เบื้องหน้าเป็นอาคารขนาดกว้างและใหญ่ มีป้ายนีออนไฟกระพริบติดอยู่ตัวใหญ่ “Vernon massage & Turkish bath สาขา 8” หรือแปลได้ง่ายๆว่า เวอหนอน อาบ อบ นวด สาขา 8 นั่นเอง เวอหนอน และ เพ็ดทูเลีย ค่อยๆจูง (แต่ดูยังไงแม่งก็เหมือนลากมากกว่าจูง) ดัดขี้ออกมาจากรถ ดัดขี้เดินตัวสั่นเป็นช้างโดนยาชา หำรี่ไม่สนใจไอ้สามพ่อแม่ลูกนี่นัก เขาเดินตัวร่อนเดินนำหน้าทั้งสามไปด้วยท่าทางสบายใจ
เมื่อเข้าไป หำรี่ก็เดินแยกกับพวกเด๋อสะลี่ ข้างในเป็นตู้กระจกขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนภายหลังกระจกก็มีน้องหนูติดเบอร์มากมายรอคอยอยู่ หำรี่ไล่ไอ้คนเชียร์แขกให้ไปไกลๆแล้วเดินเกาะกระจกพิจารณาทีละคน
“อืมม…น้องตอง 3 ก็น่ารัก แต่ดำไปนิด น้อง 555 ก็น่าสน แต่ดูลาวไป น้อง 152 ก็ดูดี แต่ท่าทางจะไม่ค่อยมีคนเอาแล้ว เอ…ใครดีน๊า….”
“พ่อๆๆๆๆๆ ผมชอบคนนี้ ผมชอบคนนี้ แฮ่กๆๆๆๆ อ๊า เห็นแล้วสยิวกิ้วสุดๆเล๊ยยย”
เกิดเสียงลั่นใกล้ๆหำรี่ ไอ้ดัดขี้นั่นเอง มันกำลังทุบกระจกอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความหื่น ดัดขี้หน้าแนบกระจกแน่น น้ำลายไหลย้อยติดกระจก กระจกเกิดฝ้าวงใหญ่เพราะลมหายใจสุดหื่นของไอ้อ้วน น้องหนูในกระจกเห็นเข้าก็ถอยผงะนึกว่าสัตว์ประหลาดบุกโลก ไอ้ดัดขี้มันคงเห็นผู้หญิงที่ถูกใจแล้ว…
“พ่อๆๆๆ พ่อก๊าบบบบบบ ผมจะเอาน้องเบอร์ 191 เนี่ยแหละ พ่อๆๆผมอยากได้ๆๆๆๆ”
“เอ่อ น้องครับ อย่าทำอย่างนั้นครับ ที่นี่อาบอบนวดนะครับไม่ใช่ร้านไก่ย่าง จะมาโจ๊ะพรึ่มๆหรือจะมาแดกคนกันแน่ครับ” คนเชียร์แขกพูด
“พ่อๆๆ แผล่บๆๆ” ดัดขี้เลียกระจก “ผมจะเอาคนเนี้ย เอาคนเนี้ยยยยยยยยยยยยย”
“อ๋อ เบอร์ 191 น้องโบว์ อดีตพิธีกรที่เพิ่งถูกผัวทิ้งนี่เอง” คนเชียร์แขกว่า “ตั้งแต่ไปแต่งงานกับไอ้ลูกคุณหนูนักฟัน ตอนแรกที่ไม่มีผัวเรทติ้งก็ดี แต่พอคลอดลูกได้ซักสองสามเดือนผัวมันก็ไปมีเมียใหม่ ระหว่างเป็นพิธีกรตั้งแต่แต่งงานก็เรทติ้งตกเรื่อยๆ สุดท้ายเธอก็ถูกถีบออกจากวงการ จนเสี่ยเวอหนอนได้ช่วยพยุงเธอไว้ เธอก็ตอบแทนเสี่ยเขาด้วยการมาเป็นคุณโสที่เนี่ย”
ไอ้ดัดขี้ได้ฟังดังนั้น ความหื่นมันก็เพิ่มขึ้น มันทุบกระจกด้วยความหื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนน้องโบว์ที่นั่งอยู่หลังกระจก พอเห็นไอ้ดัดขี้เข้าก็ไม่ยอมสบตา …..เธอกลัวถ้าสบตามันอาจจะโดนมันแดกเข้าก็ได้..
ขณะที่ไอ้ดัดขี้กำลังส่งสายตาหื่นกามอย่างเอาเป็นเอาตาย หำรี่ก็เดินเข้ามาพอดี เหมือนจะบังเอิญ ขณะที่น้องโบว์กำลังทำหน้าเซ็งๆเบือนหน้าหนีไอ้ดัดขี้ เธอก็มาสบตากับหำรี่พอดี
น้องโบว์เบอร์ 191 หลิ่วตาให้หำรี่ หำรี่เห็นเข้าก็จ้องมองเธอกลับ ซักพัก เธอก็ทำมือทำไม้ท่าทางประหลาดๆขึ้นมา
“ฉันเจออย่างนี้ประจำ ถ้าไม่ไอ้เสี่ยแก่ๆหนวดดกๆ ก็ไอ้อ้วนหื่นกามพรรค์นี้” เธอพูดด้วยภาษามือ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ใช่ภาษามือทั่วไป มันเหมือนเป็นรหัสหรือภาษาเฉพาะของพวกคุณตัว หำรี่แปลได้อย่างนั้น แต่เขาก็ตกใจ แล้วกูแปลได้ไงวะเนี่ย
“เออ ผมรู้ดีน่ะพี่สาว” หำรี่ทำท่าทำทางเป็นภาษามือตอบ “ไอ้อ้วนนี่มันเห็นผู้หญิงไม่ได้หรอก จ้องทำท่าจะแดกทุกที มันทำจนคนแถวบ้านเขาส่งลูกสาวหนีกลับต่างจังหวัดหมดแล้ว เออ แล้วพี่สาว หน้าตาก็ดี เป็นนางแบบได้ หน้าตาก็กรุงเท๊พ กรุงเทพ ทำไมมาเป็นคุณตัวซะล่ะ มาจากไหนหรอเนี่ย”
พอหำรี่ถามเธอก็ทำท่าอะไรบางอย่างที่มีความหมายว่าสิบๆสี่ทุ่มอะไรนี่แหละ
“อ๋อ รายการนี้เอง ที่พิธีกรโดนชาวบ้านเขาด่าว่ายิ่งแก่ยิ่งห่วยแตก” หำรี่ตอบ
“ใช่ เออ รูปหล่อ ช่วยพี่สาวหน่อยสิ พี่กลัวไอ้อ้วนนี่”
ในขณะที่หำรี่คุยด้วยภาษามือกับน้องโบว์อยู่ อยู่ๆไอ้ดัดขี้ก็วิ่งเข้ามากระแทกหำรี่แล้วเกาะกระจกมองหน้าน้องโบว์ต่อ
“แฮ่กๆ ดัดขี้เอาคนนี้แหละ ดัดขี้เอาคนนี้” หำรี่ลงไปนอนกอง คนเชียร์แขกเดินมาพอดี ขณะที่ไอ้ดัดขี้กำลังจะชี้ไปที่น้องโบว์ หำรี่จ้องไปที่ไอ้ดัดขี้ตาเขม็ง และแล้วสิ่งประหลาดก็เกิดขึ้น
“จงจึ๊กกะดึ๊ยกับอีแก่ซะ ไอ้อ้วน”
แว๊บ !!
ดัดขี้ที่ยืนแนบกระจกด้วยท่าทีที่หื่นกามตกใจร้องเสียงลั่น อยู่ๆกระจกที่กั้นหายไป ด้วยน้ำหนักตัวขนาด 200 กิโล เขาล้มลงไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วงทันที มือของดัดขี้ที่กำลังยกจะชี้เลื่อนลงมาตามร่างกาย จนในที่สุดแขนเขาก็ไปพาดกับหญิงคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้า
“โอ้ววว น้องชายสนใจเจ๊ยานศรีหรือครับนี่ นับว่าตาแหลมมาก” คนเชียร์แขกร้องลั่น “เธอถือเป็นอันดับ 1 ของที่นี่เลยนะ อันดับ 1 เรื่องความเก๋าและเอิ่ม…ความเก่าน่ะ”
ดัดขี้เงยหน้าขึ้น เขาก็ต้องร้องลั่นจนตกใจ เขามองไปตามมือของตน เบื้องหน้าเขาเป็นคุณตัวแก่ๆคนนึง ที่แต่งหน้าเข้มเหมือนละครลิงแถวพาต้า แถมยังแต่งตัวเหมือนพวกเล่นตลกคาเฟ่เสียอีก ดัดขี้น้ำตาไหลนองด้วยความกลัว ในขณะที่เจ๊ยานศรียิ้มด้วยสายตาลามกไปยังเขา
“แหมม ซี๊ดด อ้วนๆอย่างงี้ เจ๊ชอบบ แฮ่ แฮ่ แฮ่ มาซาหนุกกันดีก่า เบ๋บี๋ แฮ่ แฮ่ แฮ่” เจ๊ยานศรีพูด
ดัดขี้ร้องไห้เสียงลั่นด้วยความกลัว หำรี่เห็นเข้าก็ขำกลิ้งทันที เวอหนอน กับ เพ็ดทูเลียยืนน้ำลายยืดด้วยความงง ไอ้ดัดขี้ถูกเจ๊ยานศรีค่อยๆลากออกไปเพื่อพาเข้าห้อง หลังจากหำรี่หยุดหัวเราะเขาก็คิดสงสัยว่าอยู่ๆกระจกมันหายไปได้ยังไง…
“อ๊าคคคคคค ม่ายยยยยยย อย่าทำดัดขี้ อ๊าคคคคคคคคคค อย่าทำข้อยยยยย แอ๊คคคคคค อย่ากัดตรงนั้น กรี๊ดดดดดดด พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยดัดขี้ล่วยยยย อ๊าคคคคคคคคคคคคคค”
เสียงโหยหวนของไอ้ดัดขี้ดัดสนั่นตึก หำรี่นึกภาพแล้วก็หัวเราะจนปวดท้องแทบตาย แต่ก่อนที่เขาจะหัวเราะไปมากกว่านี้ เวอหนอนกับเพ็ดทูเลียก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขา หน้าของทั้งสองเขียวและสายตากล่าวโทษหำรี่อย่างเต็มที่
“เพราะมึงคนเดียวทำให้ลูกข้าต้องซวย วันนี้อดแดกข้าวไปซะเถอะไอ้เวร”
………………………………………………………….
หลังจากที่ทั้งหมดกลับมาถึงบ้าน เวอหนอนกับเพ็ดทูเลียก็ค่อยๆลากร่างอ้วนที่ไร้วิญญาณของดัดขี้วางลงบนพื้น สภาพดัดขี้ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากก้อนขี้เหลวๆที่เหม็นเน่าเลย หำรี่เดินเซ็งๆตามมา เขารีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อจะหยิบกับข้าวกิน แต่พอเวอหนอนตะโกนใส่หำรี่ว่าถ้าขโมยข้าวกินเขาจะไม่ให้เงินค่าอะไหล่มอเตอร์ไซค์อีก หำรี่หยุดชะงักแล้วจึงเดินทำสีหน้าเซ็งๆกลับห้องไป
ห้องของหำรี่นั้น อยู่บนหลังคา หลังจากปีนบันไดลิงขึ้นมาถึงห้อง หำรี่ทิ้งตัวลงนอนพลางถอนลมหายใจหนึ่งที เขารู้สึกเบื่อมากกับชีวิตที่ต้องอยู่กับบ้านนี้ มีลุง ลุงก็ปากมาก มีป้า ป้าก็แรด มีลูกพี่ลูกน้อง มันก็อ้วนอุบาทว์ลามกจนไม่น่าเอาไปอวดสาวๆอีก (ถ้าหล่อจะเอาไปอวดว่ามีญาติเป็นเจ้าชายวิลเลี่ยม) หำรี่รู้สึกเซ็งเหลือเกิน เขานั่งกอดจานดาวเทียมบนหลังคาด้วยความเศร้า เหม่อมองไปบนท้องฟ้า แล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็หลั่งริน…..
“ฮือๆๆ อยากมีพ่อเป็นบิลเกตส์ อยากมีแม่เป็นบริทนี่ สเปียร์ อยากมีบ้านหลังใหญ่ มีรถ และเครื่องบินส่วนตัว วันๆใช้ชีวิตตีหม้อในฮาเร็มนางแบบสาวสวยทั้งวัน ฮือๆๆๆ ทำไมบุญของบักหำรี่มันไม่ดีอย่างนี้ ต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านกระต๊อบแคบๆกับไอ้พวกลาวหน้ามุ่ยสามตัวแบบนี้ ชีวิตช่างอัปรีย์หาใดเปรียบ ฮือๆๆๆ” หำรี่นอนบ่น เขาบ่น….จนกระทั่งหลับไป….
ชีวิตของหำรี่ บักหำน้อยนั้น ตลอดตั้งแต่เกิดมานั้นไม่ค่อยดีนัก เขาถูกจงเกลียดจงชังจากญาติที่รับเลี้ยงเขาไว้
“เลี้ยงให้ด้วย กูขี้เกียจเลี้ยง” เป็นประโยคที่เขียนในกระดาษที่ติดมากับห่อผ้าเหม็นขี้ที่ห่อหำรี่ตอนทารกไว้ อาจเป็นเพราะอย่างนี้ก็ได้ ที่ป้าและลุงเกลียดเขา หรืออาจรวมทั้งสิ่งที่ป้าพูดไว้กับเขาเป็นประจำก็ได้ “พ่อแม่แกมันชั่ว แม่แกเป็นอีตัวอยู่ซ่องเจ๊ปิ่น พ่อแกก็เป็นแมงดาคุมแม่แก สุดท้ายพ่อแม่แกก็เอดส์แด๊กตายทั้งคู่ จนทิ้งแกที่เอดส์เสือกไม่แดกให้ชั้นเลี้ยงดู”
ใช่แล้ว ลุงกับป้าเขาเกลียดพ่อแม่ของเขา ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ลุงและป้าไม่เคยมอบความสุขให้กับเขาเลย มีแต่คอยกวนตีนไปวันๆเท่านั้น ไอ้ดัดขี้ ลูกชายของลุงป้าก็เหมือนกัน เวลาหิว แม่งก็จ้องจะไล่แดกเขาตลอดเวลา มีอยู่ครั้งนึง เขายืมมอเตอร์ไซค์เพื่อนมาเพื่อนจะขับไปรับสาว พอขึ้นไปแต่งตัว กลับรถมาไอ้ดัดขี้ก็แดกมอเตอร์ไซค์ไปเสียแล้ว ตอนนั้นเขาโกรธมาก แต่ลงท้าย เขาก็ต้องหนีตายอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อดัดขี้มันยังไม่อิ่มจากมอเตอร์ไซค์ และจ้องจะแดกเขาเป็นของหวาน…
ไหนจะเรื่องเรียนอีก นี่อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว หำรี่ได้ยินจากเวอหนอนว่า เขาจะส่งหำรี่ไปโรงเรียนชายล้วนแถวต่างจังหวัด นั่นทำให้หำรี่แทบคลั่ง โรงเรียนชายล้วนเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด เพราะมันมีแต่ผู้ชายกับกะเทย เดือย เดือย เดือยทั้งนั้น… มันเหมือนฝันร้ายของเขาเลยทีเดียว หำรี่พยายามขัดขวางกับความคิดที่จะถูกส่งไปโรงเรียนชายล้วนด้วยกำลังหลายครั้ง แต่พอเวอหนอนบอกว่าไม่พอใจก็ออกค่าเรียนเอง เขาก็พูดไม่ออก หำรี่จึงได้แต่นั่งมองไอ้ดัดขี้ทำท่าสำราญใจ เมื่อพ่อเขาบอกว่าจะส่งดัดขี้ไปโรงเรียนเอกชนที่กว่าครึ่งของโรงเรียนมีแต่สาวงามทั้งนั้น เขารู้สึกเซ็งกับการที่ถูกกดขี่อย่างนี้เหลือเกิน….
หำรี่เบื่อเหลือเกิน หำรี่อยากจะออกไปจากที่นี่ แต่ก็ไม่รู้จะไปไหนดีเหมือนกัน… อายุยังไม่ถึง 15 คงไปหางานทำไม่ได้ หรือ ถ้าไปเกาะผู้หญิงกินคงจะเสียภาพพจน์ตาย เขาจะทำยังไงดี…..
แต่ทว่าโชคของเขา มันก็ไม่ร้ายเสมอไป ในที่สุด โอกาสดีของเขาก็มา…
เช้าวันหนึ่ง
“จดหมายมาแล้วคร๊าบบบ จดหมาย มาเอาจดหมายได้เลยคร๊าบ ไม่รีบมาเอากูแกะอ่านอย่าหาว่าเสือกนะคร๊าบบบ จดหมายคร๊าบบบ”
“อารายว่ะ ใครมากวนอั๊วแต่เช้าว่ะ” ลุงเวอหนอนเดินมารับจดหมายด้วยท่าทีที่งัวเงีย “ขัดความสุขตูได้ กะลังดูหนัง av ของน้อง minori ม้วน 3 อยู่เพลินตาอยู่เชียว”
“สวัสดีครับ จดหมายครับ จดหมาย” บุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมายให้เวอหนอน
“เอ้ออ ของใครวะเนี่ย ห…หำ รอ สระอี ไม้เอก หำรี่ พอ ออ ตอ ตอ สระ เออ รอ การันต์ พอตเตอร์…….เฮ้ย !! หำรี่ พอตเตอร์ นี่หว่า !!”
ลุงเวอหนอนยืนมองซองอยู่ซักพัก—-คงเป็นจดหมายรักจากสาวๆอีกแล้วละสิ เฮอะ….แต่แล้ว เมื่อเวอหนอนอ่านชื่อผู้ส่งเขาก็หน้าซีดทันที
คุณ หำ. พอตเตอร์
หลังคาใกล้ๆกับจานดาวเทียมตรงที่ส่องกล้องดูยัยแอนเด็กตรงข้ามบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้
ซอยผีเวร ถ.อ่อนนุช
ลาดกระบัง
กทม. 10520
ประเทศไทย
ดาวโลก
จักรวาล
เวอหนอนสะดุ้งเฮือก เฮ้ยยย ทำไมมันเขียนที่อยู่แบบนี้ ชายอ้วนรีบฉีกซองจดหมายทันที เมื่อเขาหยิบจดหมายข้างในมาอ่าน อาการสยองของเขาเมื่อ 10 ปีก่อนกลับมากำเริบทันที เวอหนอนกำจดหมายมือสั่น มัน… มันมาอีกแล้ว
“เฮ้ย !! ลุง จดหมายใครอ่ะ ของผมป่าว” หำรี่เดินเข้าถาม เวอหนอนสะดุ้งเฮือกทันที
“อะ อ๋ออ ขะ ของลุงเองน่ะ จดหมายบิลเก็บค่าโทรศัพท์น่ะ ม่ายมีอาไยหรอก”
“แน่ะๆๆ จริงง่ะลุง ไม่แหลผมใช่ป่ะ คงรู้นะว่าถ้าแหลผม ลุงจะมีสภาพเป็นไง”
“จดหมายถึงคุณหำรี่ พอตเตอร์น่ะครับ” บุรุษไปรษณีย์พูดแทรกขึ้นมาทันที
ไอ้นี่เสือกซะแล้ว เวอหนอนคิดในใจ หน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงทันที เขาหันหน้ากลับไปมองหำรี่—-เขาเห็นหำรี่กำลังลูบกำปั้นอยู่
“อะ…อย่าทำไรลุงนะเว้ย” ลุงเวอหนอนขู่
“ส่งจดหมายนั่นมาแล้วข้าจะปล่อยเอ็งไป “ หำรี่พูดด้วยนัยน์ตาขู่อาฆาต
“ไม่ให้เว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ลุงเวอหนอนพูดพร้อมวิ่งหนีออกจากบ้านทันที—เขาเอาจดหมายนั่นไปด้วย
“คิดจะหนีอั๊วเรอะไอ้ลุงชั่ว คิดจะฮุบสาวๆของข้าล่ะสิไอ้แก่ตัณหากลับ มีเมียมากแล้วคิดจะแย่งกูอีก ได้ แน่มาก มึงตายยยยยยยยยยยยย” หำรี่วิ่งตามทันที
หำรี่วิ่งไล่ล่าลุงอย่างเอาเป็นเอาตายรอบซอย เวอหนอนพยายามหนีหำรี่ที่ในมือถือไม้หน้าสามอย่างสุดชีวิต จนกระทั่งเขาต้องมาเกาะต้นไม้ต้นหนึ่งไว้เพื่อหนีจากการตามล่า
“เฮ้ยย ลงมาจากต้นไม้เดี๋ยวนี้นะเว้ย ไอ้แก่ ส่งจดหมายกูมาเลย ก่อนที่หัวของมึงจะไร้ร่าง” หำรี่ตะโกนเรียกอย่างโกรธแค้น—เขาพยายามเอาเท้าถีบต้นไม้ให้กระเทือน เวอหนอนจะได้กระเด้งตกลงมา
“ไม่ให้เว้ยยยย ยังไงกูก็ไม่ให้มึง อยากได้ไปขอพ่อมึงในนรกสิเว้ยยยย” เวอหนอนตะโกนกลับลงมา
“อ๋อออ ไอ้เจ๊ดด้อง ตกลงจะกั๊กใช่มะ ได้ๆๆๆ กูไม่ขอพ่อกูหรอก แต่กูจะให้มึงได้ไปคุยกับพ่อกูในนรกเอง แก่แล้วรังแกเด็ก มานี่มาเด็กหล่อๆอย่างกูจะรังแกคนแก่เอง นี่แน่ะๆๆๆๆๆ ไรเดอร์คิกส์ ไรเดอร์พั๊นซ์ จะร่วงไม่ร่วง จะร่วงไม่ร่วง”
“ไอ้สาดดดดด ไอ้หลานระยำ อย่าถีบต้นไม้เว้ย ไข่ดันกูกระเทือน กูเพิ่งไปหาหมอมา จ๊ากกกกกก ไข่กระแทกกิ่งไม้”
“ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า ไอ้สันขวาน กูนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าไม่ลงมาอีก กูรับรองว่าไข่ดันมึงได้ปลิ้นออกมาจากร่างไร้วิญญาณมึงแน่ ว๊ากกกกก นี่แน่ะๆๆๆ”
“อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค” เวอหนอน ร่วงหล่นลงมาเพราะไข่ดันของเขากระแทกกับโคนต้นไม้จนแทบพัง “โอยยย ไอ้หำรี่ แก…ไอ้ฆาตกร”
“เอาจดหมายมาซะดีๆ ไอ้ลุง” หำรี่เอาไม้หน้าสามจ่อคอเวอหนอนทันที
เวอหนอนหน้าซีดเผือกไปในทันที เขากำจดหมายไว้แน่น….จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไป
ตุบ !!
“เฮ้ยยยยยยยยย มึ๊งงงงงงงง” หำรี่ร้องลั่น
เวอหนอนได้ตัดสินใจ เอาจดหมายยัดรูก้นตัวเอง เป็นที่รู้กันว่าเวอหนอน เป็นคนที่ตูดเหม็นมาก เขาไม่เคยล้างก้นมาสิบปีได้แล้ว หำรี่เห็นดังนั้นก็ทำหน้าสะอิดสะเอียนทันที
“ไอ้ลุง แกตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!”
………………………………………………………………………………..
วันต่อมา หำรี่นั่งใจลอยอยู่ริมระเบียง จดหมายนั่นคืออะไรกันนะ……..เมื่อวานเขาอุตส่าห์เรียกพรรคพวกในแก๊งค์ลากเวอหนอนไปแขวนต้นไม้แล้วจุดไฟแช็คลนคางเพื่อคาดคั้น แต่ทรมานเท่าไหร่ไอ้ลุงเวอหนอนก็ไม่ยอมบอก เขานั่งคิดใจลอยไปไกลแสนไกล…….น้องเจนนี่คงส่งจดหมายมาหาเราแน่เลย หำรี่คิดไปพลางน้ำตาร่วง เธอต้องนัดเราไปเดทแน่เลย ทำไงดีเนี่ย ที่อยู่เขาเราก็ไม่รู้ จะทำยังไงดี
“แฮๆๆๆๆ หิวจัง งืมมม หวัดดีหำรี่” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังหำรี่—-เสียงฟังแล้วสยองขวัญพอสมควร
“เออ….ไอ้ดัดขี้ มีปัญหาไรวะ” หำรี่หันไปมองด้วยสีหน้าหวาดๆกับคำว่า”หิวจัง”นิดหน่อย แต่เขาก็พูดไปด้วยเสียงรำคาญ
“แฮๆๆๆ ฮิ้วววว หิวจังอยากกินวัวทั้งตัวรองท้องจัง ได้ข่าวว่าป๊ะป๋าไม่ให้แกอ่านจดหมาย แฮๆๆๆ ทำไมอ่ะ สงสัยป๋าจะงาบสาวแกไปแล้วแน่เลย สมน้ำหน้า แฮๆๆๆๆๆๆ อยากกินวัว แต่กินคนก็ได้นะ แฮๆๆๆ”
“เออ… มึงอย่ามาหิวแถวนี้สิวะ สัตว์ นี่ตกลงจะมาเยาะเย้ยกูหรือจะมาแดกกูกันแน่ เออๆๆๆ เยาะเย้ยกูไปเหอะ แค่มึงไม่แดกกูกูก็พอใจในชีวิตมึงแล้ว เออ…หิวใช่ไหม เดี๋ยวกูทำกับข้าวให้ ตามกูลงมา แล้วอย่าคิดจะแดกกูเด็ดขาดล่ะ ”
หำรี่เดินพาลูกพี่ลูกน้องจอมแดกลงมาเพื่อหาอะไรให้กิน แต่ระหว่างลงบันได จู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้นมาจากห้องนั่งเล่น มันเป็นเสียงอะไรบางอย่างที่หนักๆไหลมาทับรวมกัน
โครมมม ตุบๆๆๆๆๆ ฝุ่บบ !!
หำรี่ได้ยินเข้าก็รีบวิ่งไปดูทันที อ้าว เฮ้ยย นั่นจดหมายนี่หว่า เฮ้ย ใครส่งมากันเยอะนักวะ สภาพในห้องนั้นมันทำให้หำรี่นึกถึงรายการเกมส์โชว์ปัญญาอ่อนที่ชอบเอาซองจดหมายเยอะๆมาหลอกคนดูแล้วทำฟอร์มมาจับผู้โชคดีจากทางบ้าน ซึ่งสุดท้ายแล้วไอ้ผู้โชคดีนั่นมันทีมงานทั้งนั้น
“มันส่งผิดป่าววะเนี่ย นึกว่าบ้านนี้เป็นรายการทายปัญหาทางเพศกับหมอนพพรหรือไง เฮ้ยยย แต่นี่มันจ่าหน้าซองถึงกูนี่หว่า อะไรว๊ะ!!”
หำรี่พยายามจะแกะดูซองจดหมายหลายๆฉบับที่โปรยปรายทั่วบ้านทันที แต่แล้วก็มีสิ่งหนึ่งมาขัดขวางเขาไว้
ผัวะ !!
เสียงของแข็งๆบางอย่างกระทบเข้าที่หัวหำรี่ดังลั่น หำรี่รู้สึกว่าตัวเองค่อยๆวูบลงไป จนสุดท้ายสติเขาก็ขาดลง และตัวเขาลงไปนอนลงกับพื้น
“นึกไม่ถึงว่าไอ้พวกนั้นมันจะเล่นมุขนี้ สัดเอ้ย ดีนะที่กูพรางตัวเป็นตุ่มมังกร ถึงลอบกัดตีกบาลไอ้หำรี่ได้” เวอหนอน ในสภาพผ้าพันแผลเต็มตัวพูดขึ้น——ในมือเขาถือถังแก๊สไว้…และมันนั่นเองที่ทำให้หำรี่สลบลงไป
“เกิดอะไรขึ้นคะ ผัวขา” เพ็ดทูเลียที่เพิ่งเข้ามาถึงในห้องเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย
“พวกเราทุกคนต้องไปจากที่นี่แล้ว ไอ้พวกบ้านั่นมันมากันแล้ว”
“พวกอะไรหรอคะผัวขา”
“อีเมียโง่ ก็พวกบัดซบนั่นไง ท่าทางจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ขืนให้ไอ้หำรี่รู้ความจริง มีหวังพวกเราต้องล่มสลายแน่ เฮ้ย ดัดขี้!! หิวใช่ไหมมาแดกจดหมายนี่ให้หมดเลย แดกเสร็จแล้วก็เตรียมตัวจัดกระเป๋า เพ็ดทูเลียเอาตะกร้อครอบปากไอ้ดัดขี้ไปด้วย เดี๋ยวพวกเราจะต้องออกไปข้างนอกกัน!!”
หลังจากที่ดัดขี้แดกจดหมายที่กองพะเนินเต็มบ้านจนหมด เพ็ดทูเลียกับเวอหนอนก็จับร่างหำรี่ที่นอนสลบ ยัดใส่กระสอบ พวกเขาแบกร่างชายหนุ่มไปไว้หลังรถ เอาโซ่ตรวนเพื่อไม่ให้หนีไปไหนตอนตื่น เมื่อเก็บของเสร็จ ปอร์เช่สีดำก็คำรามขึ้น เวอหนอนสตาร์ทรถและขับพุ่งทะยานออกจากบ้านทันที เขาขับรถออกถนนและชนคนตายไปสี่ห้าสิบคนเช่นเคย เขาคิดในใจ กูต้องหนีพ้นพวกมันให้ได้ กูต้องหนีพ้นพวกมันให้ได้
อา…….เพราะอะไรกันนะ เวอหนอนถึงได้ทำแบบนี้ จดหมายนั่น คืออะไรกันแน่ และพวกนั้นที่เขาว่า แท้จริงแล้วเป็นพวกอะไรกัน แล้วเวอหนอน จะพาหำรี่ไปไหนกัน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม….
ให้ความเห็น ห่างไกล
ใส่ความเห็น