Grandmotherfucker’s Weblog


นินนี่มองเกาหลีฟีเวอร์
มีนาคม 6, 2010, 7:27 am
Filed under: 9180035

กลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน  กระผม สาดสะตราจาน  นินนี่  ได้กลับมาเผยแพร่คำสอนของลัทธิแกรนด์มาเธอร์ฟักเกอร์อีกครั้ง  หลังจากพบสัดจะทำว่า facebook แม่งเขียน blog ยาวๆ เมพๆ ไม่ได้  จึงกลับมาตายรังคารูที่ wordpress อีกครั้ง

อ่านจากหัวข้อ หลายคนอาจคิดว่า  โถ ไอ้ห่า สาดสะตราจาน  มึงมาเขียนเรื่องด่าเกาหลี ด่าเดิมๆ แพทเทิร์นเดิมๆอีกละสิ  นินนี่ขอบอกแล้วยอมรับว่า  ชีวิตนี้กูไม่เคยเกลียดเกาหลี หรือพวกบ้าเกาหลีเลย  คนอย่างนินนี่มีวิถีชีวิตแบบโลลิคอนเวย์  ติ่งหูอยู่ไหนนินนี่อยู่นั่น  มึงจะบ้าไอ้ตัวห่าอะไรกูก็นิยมชมชอบตอหลดตอแหลตามมึงได้หมด  อ่านตรงนี้อาจคิดว่าไอ้ห่านี่แม่งก็แค่หน้าม่อไม่มีจุดยืน  หวังจะเปิดซิงทำตัวหัวโปกเยี่ยงไรก็ได้

ในความจริงผมก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแหละ จะตอหลดตอแหลสร้่างภาพไปทำไม  แต่ถามว่าทำไมคนส้นตีนที่วันๆฟังแต่เพลงใต้ดินอย่างนินนี่ถึงไปกระแดะรับฟังเพลงเกาหลีหน้าหีขี้ลอกได้  ที่ทำได้เพราะนินนี่มีแนวคิดอยู่  คือแทนที่กูจะไปเกลียดเพลงเกาหลีเต้าหู้ยี้กูก็มองโลกในแง่ดีซะก็สิ้นเรื่อง  นินนี่เคยบอกพวกสามัญชนเสมอว่าการที่เด็กไทยหัวโปกติ่งหูชอบอะไรเป็นเพราะการสร้างกระแสมาจากกลุ่มคนที่ต้องการจะสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆมาขาย พวกส้นตีนนี้ก็ไม่พ้นพวกดีเจ พวกค่ายเทป  คงไม่ใช่แนวคิดอีเจ๊ขายบาบีคิวตลาดหัวตะเข้หรืออีดวกส์พริตตี้หน้าเซ็งตามร้านหมูกระทะ  อย่างที่รู้กันว่าเด็กวัยรุ่นมีนิสัยชอบรับอะไรแปลกใหม่  ติ่งหูบางคนก็ท้องหาพ่อไม่ได้เพราะชอบอะไรแปลกใหม่  แว้นบางตัวก็อยู่สถานกักกันควายเพราะชอบอะไรแปลกใหม่  เรื่องเพลงโดยเฉพาะเพลงต่างประเทศจึงเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก  จะให้วันๆไปฟังแต่ปอยฝ้าย มาลัยพร หรือ น้องกระแตสะดือขาวก็ออกจะน่าเบื่อ  เพลงญี่ปุ่น เพลงเกาหลี   อะไรที่อยู่นอกเขตชายแดน มันมีอะไรน่าค้นหากว่ามาก  โดยสามารถแจกแจงได้เป็นข้อๆดังนี้

- ต่างประเทศมันหมายถึงอยู่ไกล  ไม่ใช่อยู่ดีๆมึงจะเดินเกาหมอยไปเซเว่นแล้วบังเอิญจะเจอมันได้  การอยู่ไกลมันมีความคลาสสิคของมัน  ยิ่งอยู่ไกลยิ่งดูเหมือนเกินเอื้อมมือ  ว่าง่ายๆแม่งบิ๊วให้มึงเพ้อได้มากกว่าเดิมนั่นแหละ  ที่อีดวกส์บางคนเพ้อเจ้อว่าพวกแม่งเป็นเทพเจ้า เป็นเทวดาบนชั้นฟ้าดาวดึงส์ก็ไม่ต้องแปลกใจไป

-  การสร้างอิมเมจ  หลายคนมักอีเดียทตรงจุดนี้  วงส่วนใหญ่ที่เด็กๆชอบก็ไม่พ้นเป็นพวกบอยแบนด์ขายหน้าตา  แม้อีห่าบางคนจะปากดีบอกว่าชอบเพราะร้องเพลงเพราะ หรือ เต้นเก่ง  แต่กูบอกเลยว่าถ้าอิมเมจมันไม่ดี  เป็นจับกังแก่ชอบแดกเหล้าแถวคลองเตย หรือ ไอ้อ้วนเหงื่อแตกยิ้มกริ่มชักว่าวทิชชู่ล้นห้อง คนอย่างมึงคงไม่มีวันชอบหรอก  การที่นักร้องขายหน้าตานั้น  บอกตรงๆว่าผมไม่รังเกียจ  เป็นหลักการง่ายๆเหมือนมึงขายผลไม้ตามตลาด  ถ้าฝรั่งมึงไม่สวยแล้วใครจะซื้อมึงแดก  ถ้าสตรอเบอรี่มึงช้ำก็อย่าหวังจะขาย  ถ้าไอ้เหี้ยหลินปิงขี้เรื้อนแดกก็คงไม่จาดีดาดีดั๊ดได้ทุกวัน  ภาพดีๆ อิมเมจสวยๆ เป็นพื้นฐานการขายที่ง่ายและสมบูรณ์ที่สุด  การแต่งเพลงดีๆเป็นเรื่องยาก  การทำเพลงฮิตๆเป็นเรื่องปวดกบาล  ประเทศชาตินี้จะมีป๊อบแคลอรี่บลาบลาซักกี่คน  กูเอาไอ้สูงๆ ตัวขาวๆ หุ่นก้างๆกระชากใจเกย์ชอบเด็ก ผมทรงปิดหำมาดีกว่า  แล้วก็สร้างอิมเมจกันไปว่าไอ้สัดนี่เป็นคนสนุกสนาน ไอ้เหี้ยนั่นดูเป็นผู้ใหญ่  รักธรรมชาติ รักดนตรี มีความมุ่งมั่นเห่อหมอยอะไรก็ว่ากันไป  ทำแบบนี้มันหลอกเด็กได้มากกว่า   มึงจะมาทำฝีมือเหมือนสามสี่สิบปีก่อนมันไม่ได้แล้ว  การทำค่ายเพลงคือการแข่งขัน การสร้างอะไรที่ขายง่ายๆจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้ผลประกอบการมันดำเนินไปได้  นักร้องลูกกวาดพวกนี้จึงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  อย่าไปคิดว่าโลกนี้มันห่วยแตกไม่ยุติธรรม  ก็คิดซะว่าพวกแม่งเป็นพ่อค้าขายแตงโม ขายขนมอะไรไปก็ได้  บางทีแม่งรสชาติก็งั้นๆละ แต่แม่งหน้าตาน่าแดกคนแม่งก็แห่มาซื้อกันแล้ว    ถ้ามองแต่ว่าเป็นพ่อค้าเจ้าเล่ห์ขายหมาฉีดสารแบบจตุจักร  ชีวิตนี้มึงก็แค้นจนไม่มีความสุขอะไรหรอก

- วัยรุ่นหลายคนมักจะมีธรรมชาตินิยมต่างชาติแบบไร้เหตุผล ขอให้แม่งข้ามเขตแม่น้ำโขง  ร้องเหี้ยอะไรก็ได้ที่ฟังไม่รู้เรื่องขอแค่นี้กูก็พอใจแล้ว  คนประเภทนี้อย่าไปรังเกียจเพียงแต่เป็นธรรมชาติแบบหนึ่งที่หาพบได้ไม่ยาก  ความรู้สึกเท่แบบเกรียนๆคิดเองเออเองเกิดขึ้นกับใครก็ได้  ก็อย่าไปเครียดอะไรกับคนเหล่านี้มาก  คิดแค่ว่าอย่าไปถือสาเด็กเห่อหมอยก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว

ซึ่งทั้งหมดมันก็แค่การถูกไซโคจากสื่อ  การที่คุณชอบวงดนตรีฝรั่งเก่งๆเท่ๆ มันก็มีหลักการไม่ต่างจากคนชอบเกาหลีหรอก  เพียงแต่ทีแปรงมันคนละแบบกัน  เมื่อก่อนญี่ปุ่น เมื่อวานไต้หวัน  วันนี้เกาหลี  พรุ่งนี้อาจเป็นกาน่า อิรัก  เขมร ก็เป็นได้สุดท้ายมันก็แค่การปั่นกระแสที่มาจากการหาแดกไปวันๆของค่ายเทปแหละ  มึงฟังของมึง มันฟังของมัน มันจะกรี๊ดห่ากรี๊ดเหวอะไรก็ปล่อยมันไปเหอะ  คนเรามีสังคังก็ใช่ว่าเราต้องไปช่วยเกา  สุดท้ายแล้วพอมันโตขึ้นมันก็พบสัจธรรม finale ของมันไปเองแหละ



วัฒนธรรมการก๊งเหล้าร้านขายของชำ
กันยายน 15, 2008, 5:33 pm
Filed under: 9180035

วัฒนธรรมการกินเหล้านั้น  มีความแตกต่างไปในแต่ละสังคม  หากเป็นสังคมเมืองก็ต้องไปกินเหล้าตามผับ  หรือไม่ก็จัดปาร์ตี้ที่บ้านหรือคอนโดใครสักคนให้แม่งเสียงดังจนข้างบ้านด่าพ่อ  แต่วัฒนธรรมที่ข้าพเจ้ากำลังจะกล่าวถึง  คือวัฒนธรรมการกินเหล้าแบบพื้นบ้าน  ที่มีมาตั้งแต่สมัยที่มีการก่อตั้งชุมชนครั้งแรกที่ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง  ที่บัดนี้ยังคงพบหาได้ทั่วไปตามหมู่บ้านระดับรากหญ้าทั้งหลายทั้งมวล  นั่นคือวัฒนธรรมการแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำนั่นเอง

รูปแบบ

การแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ  ความหมายก็ตามตัวคือ  แดกเหล้า เป็นกิริยา  ร้านขายของชำ เป็น กรรม  การแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ  มักจะมีผู้ชุมนุมตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป  โดยที่หน้าร้านจะมีโต๊ะโง่ๆและเก้าอี้โง่ๆเซ็ทหนึ่งวางอยู่  หากเป็นร้านในต่างจังหวัดอาจจะเป็นแคร่ไม้ไผ่  โต๊ะม้าหิน หรือโต๊ะไม้อะไรก็ว่ากันไป  เหล้าส่วนใหญ่ที่แดกกัน  ที่นิยมได้แก่  แสงโสม  28 ดีกรี  ดีหน่อยก็พวกฮันเดรด เบนมอร์  โคตรพ่อคนไหนถูกหวย หรือ ผู้ว่ามา  วันนั้นก็อาจได้แดกเรดหรือแบล๊ค

การลงทุน

ตั้งแต่ 120 บาทขึ้นไป  การลงทุนจะมากหรือน้อยสุดแล้วแต่ความสามารถในการแดกและขนาดของวงเหล้า

ประโยคยอดฮิตที่พบได้บ่อย

ต๊ะไว้ก่อนนะ

ไอ้ผัวเหี้ยแดกเหล้าอยู่ได้ กลับบ้าน!!

แดกแม่งแต่หัววันเชียวนะ

แดกเหล้าแทนข้าว

เมื่อไหร่ลื๊อจะจ่ายเงินอั๊ว

อีดอกที่อุ้มลูกนั่งซ้อนท้ายไอ้เหี้ยนั่นกูกับเพื่อนเคยล่อรอบวงตอน ม.3 ว่ะ

เมียแม่งไม่ให้กูเย็ด

ชนแก้ว

สัด หรือมึงจะเอา

พี่กินเหล้าเอาเมากรึ่มๆเท่านั้นแหละไอ้น้อง

อ้วก

แหวะ

ถามว่าทำไมต้องแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ  ก่อนอื่นเราต้องอธิบายก่อนว่า  ร้านขายของชำ  ใช่ว่าจะไปแดกเหล้าหน้าร้านเขาได้ทุกร้าน  ร้านขายของชำที่แดกเหล้าได้มักจะมีเก้าอี้ตั้งอยู่หน้าร้านเป็นเอกลักษณ์  และคนที่จะแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำร้านนั้นๆได้ท่านต้องมีความเป็นเจ้่าถิ่น  สนิทชิดเชื้อกับเจ้าของร้านเสียก่อน  การที่อยู่ๆท่านจะไปนั่งแดกที่หน้าร้านนั้นโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่นั้น  ก้อาจเป็นการหาเรื่องวอนโดนตีนได้  ท่านจำเป็นต้องใช้เส้นสายตีสนิทกับเจ้าที่แถวนั้นเสียก่อน  (เจ้าที่ n. – ผู้ที่เป็นใหญ่เป็นโตในอาณาบริเวณพื้นที่นั้น  อาจเป็นคนใหญ่คนโตระดับจังหวัด หรือนักเลงขี้เมาที่แดกเหล้าให้มะเร็งแดกตายไปวันๆ ความสามารถเด่นคือการกร่าง และสามารถเรียกพวกมาได้ภายใน 30 นาที  จุดอ่อนคือ เมีย(สำหรับคนแก่) พ่อแม่(สำหรับเด็กแว้น) )  ดังนั้นท่านจะพบว่า  กลุ่มที่นั่งแดกเหล้าหน้าร้า้นนั้นๆ  ก็มักจะเป็นกลุ่มเดิม  หน้าเดิมๆ  เวลามีเรื่องก็ทำตัวแบบเดิมๆ  หญิงอาจมีเปลี่ยนหน้าไปบ้างแต่ถ้าหญิงคนนั้นอยู่นานจะพบว่าภายหลังจะเปลี่ยนจากคำว่า เด็ก กลายเป็นคำว่าเมีย  และกลายเป็นตัวบ่อนทำลายความสามัคคีได้ในภายหลัง

กลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมการกินเหล้าแบบนี้  มักจะพบได้ตั้งแต่เด็กแว้นยันไอ้แก่ใกล้เข้าโลง  ถือว่าเป็นวัฒนธรรมคลาสสิคยิ่งกว่าการไปผับ  การไปผับ มักจะต้องรอจังหวะเวลาหรือใช้การลุนทุนสูง  หากแต่แดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ เพียงท่านมี 100 บาท กับตัวหารอีก 2-3 คน  ท่านก็สามารถแดกทุกวันได้โดยที่ลงท้ายก็เมาเหมือนหมาพอกัน

สิ่งที่แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมการแดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ กับ แดกเหล้าที่ผับ

1. บรรยากาศ  แดกเหล้าที่ผับจะได้รับบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการกินเหล้ามากกว่า  หากแต่การกินเหล้าหน้าร้านขายของชำ ท่านไม่จำเป็นต้องเบียดใคร

2. เรื่องหญิง  ที่ผับมักจะแจ่มกว่า  ส่วนแดกเหล้าหน้าร้า้นขายของชำเรียกได้ว่า ต้องตามมีตามเกิด  โชคดีๆท่านอาจจะได้หิ้วสก๊อยสักสองสามนาง  โชคร้าย  เมียก็อาจจะมาหิ้วท่านกลับบ้านได้ง่ายๆ

3. จากข้อสาม  หนีเมียไปผับ  ซ่อนตัวง่ายกว่าแดกหน้าร้านขายของชำ  ยกเว้นแต่ท่านไปแดกที่ร้านหมู่บ้านอื่น

4. หน้าร้า้นขายของชำ ไม่เหมาะกับการแด๊นซ์  เหมาะแก่การกินเหล้าในสไตล์ผับแอนด์เรสเตอรองเน้นนั่งคุยมากกว่า

5. กินเหล้าหน้าร้านขายของชำ  มีเปอเซ็นการถูกประนามจากสังคมว่าเป็นไอ้ขี้เหล้ามากกว่า  เพราะมึงแดกในหมู่บ้าน ชาวบ้านชาวช่องก็เห็นมึงหมดสิสาด  แดกเหล้าผับยังกลับบ้านดึๆนั่งแท๊กซี่มาส่งหน้าบ้านได้  แต่นี่ล่อแดกโชว์สาธารณะชนเลย

6. ความท้าทายในการได้หญิงมีสูงกว่าในผับ  ในผับก็ตามสเต็ป เดินไปจีบ เต้นด้วย เลี้ยงเหล้า ขอเบอร์โทร  แต่แดกเหล้าหน้าร้านขายของชำ  อยู่ๆสก๊อยที่ไหนไม่รู้เดินผ่าน  เดินตามไปจีบทั้งๆที่เด็กแม่งกำลังจะกลับเข้าบ้าน  ความท้าทายในการโดนตีนจากผัวหรือพ่อมันมีสูง  โดยพบว่าในหมู่วงเหล้าของเด็กแว้น  มีวัฒนธรรมพิเศษที่เรียกว่า การลงแขก อยู่  ท่านอาจจะพบความท้าทายที่แปลกใหม่กว่าเดิม  อยู่ๆก็ฉุดเด็กที่ไหนไม่รู้  หรือเพื่อนจะพาสก๊อยกลากๆที่ไหนมาให้ลงก็ไม่รู้  เอดส์จะแดกหรือเปล่าก็ไม่ร้  อายุถึง 15 หรือเปล่าก็ไม่รู้  ตำรวจจะมาจับหรือเปล่าก็ไม่รู้  จะโดนกระทืบหรือเปล่าก็ไม่รู้  นับเป็นความท้าทายที่หวือหวาและเสี่ยงตายอย่างมากเลยทีเดียว

7. ค่าเหล้ามักจะถูกกว่า  ดังที่อธิบายไว้ในข้างต้น



บู เกตส์เจอ บิลล์ กชหน่อยไหม
สิงหาคม 6, 2008, 8:56 am
Filed under: 9180035

มีกี่บิลล์ก็ไม่จ่ายอ่ะสาด



ทฤษฎีว่าด้วยเรื่องวัฏจักรในผับ
กรกฎาคม 24, 2008, 2:23 am
Filed under: 9180035

DR. อัณฑากุมาร วงศ์สืบพันธุ์ ศาสตราจารย์ด้านอสุจีศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยหนองยายเกิบ ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติแ่ห่งองค์กรเราได้กล่าวไว้ว่า การเที่ยวกลางคืนนั้นเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งในวัฒนธรรมนั้นก็มีธรรมชาติและวัฎจักรของมันอยู่ มนุษย์กลางคืนหากไม่เป็นกะหรี่ก็เป็นพวกตีกะหรี่ หากไม่เป็นไอ้ขี้เมาก็เป็นไอ้ขี้เอา หากไม่เป็นผู้ชายิหาหีก็ผู้หญิงหาผัว รูปแบบพวกนี้สามารถนิยามได้แต่มีรูปแบบหลากหลายสูง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมีผลต่อจำนวนประชากรของมนุษยชาติด้วย

DR. ได้เรื่องการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องผับ อันเป็นหัวข้อการวิจัยที่มีกลุ่มตัวอย่างตายตัวแต่มากด้วยจำนวน ผู้ที่มาผับส่วนใหญ่ก็มีตั้งแต่เด็กเห่อหมอยที่พ่อแม่เพิ่งปล่อย จนถึงไอ้แก่เงี่ยนเด็กที่ใช้เงินแก้ปัญหา แต่จากการสร้างแบบสอบถามและสุ่มถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน (จากขี้เมา 2 คน สัมภาษณ์เสร็จแล้วปลดทรัพย์มัน , กะหรี่ 3คนเอาก่อนแล้วค่อยสัมภาษณ์ , ผู้หญิงในผับ 3 คน หลอกเย็ดก่อนแล้วค่อยสัมภาษณ์เช่นกัน และไอ้หน้าม่อที่หลอกให้แม่งเลี้ยงเหล้าอีก 2) พบว่าสาเหตใหญุ่ที่มาเที่ยวผับมีดังนี้

1. สังสรรค์เลี้ยงฉลองกับเพื่อน

2. อยากแดกเหล้า เช่น โรคติดเหล้า ผัวทิ้งมาแดกเหล้า พ่อทำงานโรงงานเหล้าแต่ไม่ให้ตังไปเที่ยวเมืองนอกเลยแดกเหล้าอีกบริษัทแก้แค้น

3. กูเป็นเจ้าของ หุ้นส่วน ขี้ข้า

4. อวดผัว อวดเมีย และอาจมีเย็ดโชว์เพื่อนหลังจากนั้น

5. หาผัวหาเมีย ซึ่งข้อนี้เป็นสาเหตุหลัก

DR.ได้กล่าวต่อว่า การเที่ยวผับ มีรูปแบบไม่ต่างอะไรจากเล่น camfrog หรือ irc คือการนำตนเข้าสู่สถานที่อโคจร มีแต่ผู้คนที่ไม่รู้จัก มีลักษณะสถานที่คับแคบแต่มากด้วยผู้คน มีปฏิสัมพันธ์กับคนไม่รู้จักสูง ว่าง่ายๆมีเป้าหมายใหญ่คือต้องการหาที่เย็ดซึ่งเป็นจุดร่วมใหญ่ที่เหมือนกัน

โดยการกินเหล้า เป็นหัวใจหลัก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ฟันเฟืองกลไกในวัฎจักรดำเนินไป คงไม่มีใครหาผัวหาเมียเย็ดกันที่ร้านขายปาท่องโก๋ คงไม่มีใครช้ำรักแล้วไปแดกสุกี้โคคาแก้เครียด หรือคงไม่มีใครพาหญิงมาอวดตอนไปซื้อบิ๊กเปาที่เซเว่น ร้านขายเหล้าจึงเป็นสถานที่ๆดีที่สุดสำหรับการนี้

รูปแบบการดำรงอยู่ในผับ DR.ได้กล่าวไว้ว่ามีลักษณะคล้ายมวลอะตอม หมายถึงวงเหล้านั้นมีลักษณะเป็นวงกลม เพราะมันล้อมวงแดกกัน ซึ่งแต่ละวงกลม มีการเชื่อมโยงต่อกันไปยังวงกลมอื่น บางครั้งมึงแดกเหล้ากับเพื่อนมวลอะตอมเพื่อนมึงอาจย้ายไปหามวลอะตอมโต๊ะข้างๆ หรือหากมวลอะตอมทิศ 9 นาฬิกาหุ่นดีสว่างวาบขาวน่าเย็ด มวลอะตอมทั้งกลุ่มก็อาจย้ายไปยังมวลอะตอมที่สว่างวาบนั้น ซึ่งเรามีศัพท์อย่างเป็นทางการว่าทฤษฎีมวลอะตอมผับ คือมีการแตกตัวเป็นหลายกลุ่ม แต่ก็พร้อมจะดำรง และ ย้ายตำแหน่งได้ตลอดเวลา ตามแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่เรียกว่า อะตอมหี หรือ อะตอมควย

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีว่าด้วยการแตกตัวของอะตอมผับ กล่าวคือ ในกลุ่มอะตอมๆหนึ่ง สามารถแตกตัวกระจัดกระจายได้ตลอดเวลา ซึ่งทุกอย่างขึ้นกับสภาพการในตอนนั้น ตัวอย่างเช่น กลุ่มอะตอม X ซึ่งประกอบไปด้วย เพชร บู ตูมตาม ในห้วงเวลาแรก ส่วนประกอบทั้งสามต่างเกาะกลุ่มเหนียวแน่นไม่จา่กไปไหน แดกเหล้าไหนไปกัน เจอหญิงก็เปิดกระจกรถแซว สามัคคีกันสนุกสนาน แต่ในห้วงเวลาต่อมา มีกลุ่มอะตอมกลุ่มนึงเกิดขึ้น เป็นกลุ่มอะตอมสว่างวาบตูดเป็นตูดนมเป็นนมขาวสวยหมวยไฮโซ กลุ่มอะตอม เพชร บู ตูมตาม ก็อาจเคลื่อนตัวแหน่งไปยังจุดนั้น แต่ถ้าหากอีขาวหมวยนั่นมีคนเดียว ที่เหลือเป็นอีเหี้ยหน้ากากเป็นเกลื้อน ก็อาจเป็นชนวนให้กลุ่มอะตอมทั้งสามเกิดการแตกคอกัน มีการแย่งชิงและอาจแตกกลุ่มได้อย่างง่ายดาย หรืออีกกรณีที่มีกลุ่มสว่างวาบหลายกลุ่ม กลุ่มอะตอมสามตัวนี้ก็อาจกระจายแยกไปคนละทาง ตามสเป๊คของตนก็ได้ ซึ่ง DR. กล่าวไว้ว่า สสารทุกอย่างล้วนไม่คงที่ ความสัมพันธ์ของเพื่อนก็อาจไม่คงที่ก็ได้ ตามเหตุปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้น อย่าว่าแต่เรื่องหญิง พอแดกเหล้ากันเมาๆ ก็อาจเกิดการแตกตัวของอะตอมไปเรื้อนตามจุดต่างๆก็เป็นได้เช่นกัน

สำหรับวัฎจักรที่เกิดขึ้นในผับ DR. มีหลักการง่ายๆดังนี้

หิวเหล้า –> ไปผับ –> แดกเหล้า –> เรื้อน –> อ้วก –> กลับบ้าน –> ตื่น –> สร่างเมา –> หิวเหล้า

เงี่ยน –> ไปผับ –> แดกเหล้า –> จีบหญิง –> จีบติด –> ได้เย็ด –> ตื่น –> สร่างเมา –> เงี่ยน

เงี่ยน –> ไปผับ –> แดกเหล้า –> จีบหญิง –> แห้ว –> กลับบ้านชักว่าว –> ตื่น –> สร่างเมา –> เงี่ยน

หรืออาจมีขั้นตอนมากกว่านั้น (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในห้วงเวลานั้น)

เงี่ยนและหิวเหล้า –> ไปผับ –> แดกเหล้า –> จีบหญิง –> เรื้อน –> จับหญิง –> อ้วก –> จีบหญิง –> แห้ว –> เมา –> เจอตุ้ด –> ได้เย็ด –> ตื่น –> ตกใจ –> หนี –> เพื่อนปลอบใจ –> หายเศร้า –> เงี่ยนและหิวเหล้า

เป็นต้น

ซึ่งหากพูดในหัวข้อสำคัญเรื่อง “ได้เย็ด หรือ ไม่ได้เย็ด” นั้น ในหมู่กลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ไปแดกเหล้าเพราะหาที่เย็ด ถือว่าเป็นเรื่องของศักดิ์และศรีอันทรงเกียรติ์มาก หากใครได้เบอร์หญิงและได้เย็ด ถือว่าเป็นความภูมิใจสูงสุดในการเที่ยวผับ ในทางกลับกัน หากกลับบ้านควยแห้งไม่ได้เย็ดใคร ก็ถือวันนั้นเป็นความล้มเหลวอันยิ่งใหญ่เช่นกัน

การได้เย็ดหรือไม่ไ่ด้เย็ด ทุกอย่างล้วนมีเหตุและปัจจัยของมัน ซึ่งมีอิทธิพลสูงมาก แบ่งออกได้ดังนี้

1. หน้าตา หน้าตาดีเป็นศรีแก่ตัว หน้าตาชั่วก็มั่วกับมือต่อไป

2. คารม พูดดีเป็นศรีแก่ปาก หากพูดมากคารมแย่ก็เลียหีหมาที่บ้านต่อไป

3. การแต่งกาย ต้องโฉบเฉี่ยวโดนใจ target ที่เราต้องการเย็ด หากอีดอกนั่นชอบ hip hop มึงก็แต่ง hip hop ไป หากอีนั่นเป็นขาร็อคก็ใส่ชุดหนังเท่ๆ หากอีนั่นชอบคนแต่งตัวดีๆก็เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค หากอีนั่นชอบจับกังมึงก็ใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นรัดรูปเน้นควยตุงๆไป แต่หากมึงแต่งเสื้อแพรสีทองเหมือนกำนันออกงาน หรือ ใส่ชุดคอสเพลปิกาจูมา ก็คงไม่มีใครเอามึง ซึ่งทั้งหมดต้องคำนึงถึงรสนิยมของ target ด้วย

4. ตัง ความรวยเปรียบเสมือนไม้ดักแมลง ยิ่งมีเงินมาก ก็ทำให้หีมาติดมาก มึงจะเปรียบเสมือนกาวดักแมลง แมลงขาวๆโหนกอูมๆที่พร้อมจะร่วมสังวาสบนกองเงินกองทองของมึง หากมึงมีสระเงินแบบคุณลุงสครู๊ซ มึงคงได้เย็ดผู้หญิงเป็นพันบนสระเงินนั้น ยิ่งมีรถยิ่งทำให้กาวดักเหยื่อเหนียวยิ่งกว่าเดิม อีพวกนมใหญ่สมองฝ่อแต่หวังสูงมันมีเยอะ มันอยู่กับผัวจนๆที่คอนโดต่อไปคงไม่รุ่ง มาเกาะเสี่ยรวยๆอย่างมึงไว้ดีกว่า

เงินมีอำนาจยิ่งกว่า ข้อ 1-3 หากแต่ว่ามี effect สะท้อนคือเงินมึงก็จะร่อยหรอไปเรื่อยๆเช่นกัน และหากเงินหมด หีก็หมด เช่นกัน




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.